วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 694 – รอยยิ้มแห่งความมั่นใจ

 “เจ้า !!” 



     เมื่อ เซี๊ยะ หยู และ ตง เซวีย ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าที่มีความสุขของพวกนางก่อนหน้านี้ ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะนางไม่คิดว่า ชูเฟิง ที่เข้ามาช่วยเหลือ จะกล่าวออกมาเช่นนั้น



     ความจริงนั้น เซี๊ยะ หยู และ ตง เซวีย โกรธอย่างมาก แต่พวกนางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่พวกนางหันกลับมามองที่ ชูเฟิง นั้น เหงื่อเย็นก็ไหลชุ่มไปที่หน้าผากของพวกนาง



     เพราะแววตาของ ชูเฟิง นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างรุนแรง และจริงจังอย่างมาก มันหมายความว่า หากพวกนางช้าที่จะก้าวออกไปเพียงอีกก้าวเดียวนั้น พวกนางจะต้องถูกสังหารโดย ชูเฟิง อย่างแน่นอน



     แต่เดิมนั้น เมื่อ ชูเฟิง อยู่ภายใต้ความอ่อนแอเช่นนี้ ทั้ง เซี๊ยะ หยู และ ตง เซวีย ต่างต้องการที่จะขัดคำของเขา แต่เมื่อนึกถึงตอนที่ ชูเฟิง รับมือกับสามอัจฉริยะนั้น พวกนางทำได้เพียงลบความคิดนั้นทิ้งไป



     ในท้ายที่สุด ทั้ง เซี๊ยะ หยู และ ตง เซว่ ต่างยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ด้วยใบหน้าที่ว่างเปล่า ไม่กล้าที่จะขยับไปไหนแม้แต่ก้าวเดียวและพวกนางไม่ได้จับวิญญาณตราประทับแม้แต่ดวงเดียว



     “นี่…..” เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉิว ซือ ก็รู้สึกเห็นใจพวกนาง และพยายามจะกล่าวอะไรบางอย่างออกมา แต่นางก็ถูกขัดจังหวะโดย ชุน หวู ที่ด้านหลังของนาง



     “พวกเขาสมควรได้รับในสิ่งที่พวกเขาควรได้รับ ก่อนหน้านี้พวกเขาเลือกที่จะไม่ช่วยเหลือศิษย์น้อง หวู่ฉิง แต่เลือกที่จะหาแต่ผลประโยชน์ใส่ตัวเท่านั้น การจะได้รับกระโยชน์จากที่นี่ก็ทำได้เพียงแค่ฝันเท่านั้น !!” ชุน หวู กล่าวออกมา ขณะที่ดึงแขนของ ฉิว ซือ



     หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของ ชุน หวู นั้น นางก็มองไปยัง ชูเฟิง ที่ใบหน้าเป็นสีขาวซีด ในขณะที่หลับตานั่งลงอยู่บนพื้นอย่างสงบ มันทำให้นางเห็นด้วยกับคำกล่าวของ ชุน หวู



     สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้เพราะ ชูเฟิง เพียงคนเดียว ในก่อนหน้านี้ ทั้ง เซี๊ยะ หยู และ ตง เซวีย ไม่ได้ช่วยเหลือ ชูเฟิง เลยแม้แต่น้อย มันก็สมควรแล้วที่พวกนางจะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆจากที่นี่ ฉิว ซือ จึงเก็บคำที่จะกล่าวเอาไว้ และไม่ได้กล่าวกระตุ้น ชูเฟิง แต่อย่างใด



     หลังจากนั้น ฉิว ซือ และ ชุน หวู ก็เริ่มต้นออกรวบรวมวิญญาณตราประทับ พวกนางไม่ได้ใช้พลังมากในการจับพวกมัน เพียงพวกนางจับมันได้ มันก็จะกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าสู่ร่างกายของพวกนาง และปรากฏออกมาบนแขนของพวกนาง



     แม้ว่าวิญญาณตราประทับ จะมีความฉลาด และรวดเร็วอย่างมาก และยังขึ้นชื่อด้านความเจ้าเล่ห์ จึงทำให้จับพวกมันได้ยากนั้น



     อย่างไรก็ตาม มันก็ไร้ประโยชน์อย่างมาก เพราะในตอนนี้ วิญญาณตราประทับได้อยู่ภายในอารามผู้สืบทอด ไม่ว่าพวกมันจะรวดเร็วมากแค่ไหน แต่มันก็ถูกจำกัดให้อยู่ได้เพียงแค่ในอารามผู้สืบทอดเท่านั้น มันจึงไม่เป็นหาสำหรับ ฉิว ซือ และ ชุน หวู ในการจับพวกมัน



     เมื่อเห็น ฉิว ซือ และ ชุน หวู เริ่มจับวิญญาณตราประทับอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นทั้ง เซี๊ยะ หยู และ ตง เซวีย ต่างทำได้เพียงยืนดูเฉยๆ มันทำให้พวกนางโกรธแค้นอย่างมาก



     แต่พวกนางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะในก่อนหน้านี้ เพียงเพื่อผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ พวกนางกลับกีดกัน ชูเฟิง ออกไป



     มันจึงทำให้พวกนางทำได้เพียงยืนดู ฉิว ซือ และชุน หวู ไล่จับตราสงคราม โดยที่พวกนางไม่สามารถทำอะไรได้เช่นนี้



     เมื่อคิดมาถึงจุดนี้นั้น พวกนางต่างเข้าใจได้อย่างดี นอกเหนือจากความยินดีต่อ ฉิว ซือ และ ชุน หวู นั้น พวกนางยังรู้สึก เสียใจ และ โกรธแค้นอย่างมาก พวกนางรู้สึกเสียใจต่อตัวเอง ที่ในก่อนหน้านี้พวกนางไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ ชูเฟิง หากเป็นไปได้พวกนางย่อมจะไม่ทำเช่นนั้นอีกอย่างแน่นอน แต่สิ่งเดียวที่โลกใบนี้ไม่มีอยู่ก็คือยารักษาความเสียใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไปแล้วนั้น ไม่สามารถจะย้อนกลับไปแก้ไขได้



     เมื่อเทียบกับพวกนางทั้งสองคนนั้น ใบหน้าของ ฉาน เฟิง , หย่า เฟย และ มู่หรง ว่าน เปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความกราดเกรี้ยว ดวงตาของพวกเขาแทบที่จะลุกเป็นไฟ



     เพราะสิ่งที่พวกเขาจะได้รับ กลับถูกผู้อื่นเอาไปต่อหน้าต่อตา มันทำให้พวกเขาไม่อาจยอมรับได้



     “ไอ๊หยา !! ข้าตามจับวิญญาณตราประทับมาตั้งหลายวัน !! แต่ในตอนนี้ข้าได้พบแหล่งของพวกมันแล้ว ข้าสามารถจับพวกมันเท่าไหร่ก็ได้!! ฮี่ ฮี่ …….”



     เมื่อเห็นอาการของพวกเขานั้น ชุน หวู ก็กล่าวล้อเลียนออกมา ในขณะที่นางกำลังไล่จับวิญญาณตราประทับ



     เมื่อ ฉาน เฟิง ได้ยินเช่นนั้น เขาก็กัดฟันแน่นด้วยความโกรธ ทั่วทั้งอารามผู้สืบทอด ต่างได้ยินเสียงกัดฟันของเขาดังกรอดๆ อย่างชัดเจน



     “พร้อมมั้ย …..!?” ในขณะนั้น หย่า เฟย กล่าวออกมาพร้อมกับมองไปที่ มู่หรง ว่าน และ ฉาน เฟิง



     “อืม……….ผู้อื่นไม่สมควรที่จะได้รับในสิ่งที่พวกเราไม่ได้รับ !!” มู่หรง ว่าน และ ฉาน เฟิง กล่าวออกมา



     “หึ !!” ในเวลานั้น ชูเฟิง ได้ยินการสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจน เขาจ้องมองไปยัง หย่า เฟย , มู่หรง ว่าน และ ฉาน เฟิง อย่างรุนแรง



     ในขณะนั้น ชูเฟิง สามารถเห็นได้ชัดเจนว่า พวกเขากำลังมองมาทางเขาอย่างเย็นชา พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากของพวกเขา



     หลังจากนั้นเพียงพริบตา พวกเขาก็ทำลายยันต์นิรันดร์ และกลายเป็นลำแสงหายไปจากอารามผู้สืบทอดอย่างรวดเร็ว



     “เกิดอะไรขึ้น !! พวกเขายอมแพ้แล้วรึ !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ชุน หวู เต็มไปด้วยความสับสน



     “เดี๋ยวก่อน !!” ในขณะนั้น ใบหน้าของ ฉิว ซือ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นางพบว่าภายในรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่พวกเขาอยู่นั้น มีอะไรบางอย่างถูกทิ้งไว้อยู่



     ที่ด้านบนรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณเหล่านั้น มีสัญลักษณ์แปลกๆ อยู่รอบๆ มันทำให้ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในได้อย่างชัดเจน แต่มันกลับส่งพลังที่รุนแรงออกมาอย่างชัดเจน



     “สววรค์ !! นั่นมันยันต์ระเบิด !! พลังของมันรุนแรงมาก และที่นี่ก็อาจจะถูกทำลายเพราะมัน !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น เซี๊ยะ หยู และ ตง เซวีย ต่างตะโกนออกมาด้วยความตกตะลึง จากนั้นพวกนางก็ทำลายยันต์นิรันดร์ และกลายเป็นลำแสงหายไปจากอารามผู้สืบทอดอย่างรวดเร็ว



     “ศิษย์พี่ ชุน หวู ศิษย์น้อง หวู่ฉิง !! หนีเร็ว นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสามารถรับมือได้ !! ลืมเรื่องสมบัติในนี้ก่อน หากพวกเราไม่รีบออกไปจากที่นี่ พวกเราจะต้องตายแน่ !!” ฉิว ซือ รีบตะโกนเตือนออกมา พร้อมกับที่นางทำลายยันต์นิรันดร์ และกลายเป็นลำแสงหายไป



     “บ้าเอ๊ย !! ทุเรศจริงๆ !!” ชุน หวู เป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ทำให้นางรับรู้ได้ถึงสิ่งที่อยู่ในรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนั่น ยันต์ระเบิดคือสิ่งที่ถูกสร้างโดยผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณเช่นกัน



     พลังของมันเทียบได้กับพลังของผู้เชี่ยวชาญระดับแปด พลังขนาดนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญระดับสี่ จะสามารถทำอะไรได้แม้แต่น้อย



     เมื่อคิดถึงจุดนั้น ชุน หวู จึงตะโกนออกมาที่ ชูเฟิง อย่างรวดเร็ว “ศิษย์น้อง หวูฉิง รีบทำลายยันต์นิรันดร์เร็วเข้า !! พวกเราไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปแล้ว !!” หลังจากกล่าวจบ ชุน หวู ก็กลายเป็นประกายแสงและหายไปเช่นกัน



     ในขณะนั้น ภายในอารามผู้สืบทอด เหลือเพียง ชูเฟิง คนเดียวเท่านั้น คนอื่นๆ ได้หนีออกไปจนหมด



     ชูเฟิง มองไปยังตราประทับดอกบัวนิรันดร์ในมือ และหันไปมองรอบๆ ภายในอารามผู้สืบทอดที่เต็มไปด้วยวิญญาณตราประทับหลายชนิด ที่สามารถช่วยให้เขาพัฒนาการบ่มเพาะพลังได้นั้น เขาเลือกที่จะไม่หนีออกไป เขาเพียงยิ้มบางๆ และกล่าวออกมาว่า “ผู้อาวุโส ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร แต่ข้าเชื่อว่าท่านคงจะไม่ยอมให้สิ่งใดมาทำลายสถานที่ของท่านอย่างแน่นอน !!”



     หลังจากที่เขากล่าวจบนั้น เขาก็หลับตาลง พร้อมกับยิ้มอย่างมั่นใจออกมา ราวกับว่าเขารู้ดีว่าเขาจะไม่ตายอย่างแน่นอน



     ***** ตูมมมมมม *****



     ในขณะนั้น เสียงระเบิดก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับคลื่นพลังทำลายแผ่กระจายออกมาอย่างบ้าคลั่ง แผ่กระจายไปทั่วทั้งอารามผู้สืบทอดอย่างรวดเร็ว

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////