วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 695 – หวู่ฉิง ตายแล้ว ?

     หุบเขาสายหมอกนั้นเต็มไปด้วยภูเขาหลายลูก และพื้นที่ส่วนใหญ่ก็เป็นพื้นที่ต้องห้าม แม้แต่คนของหุบเขาสายหมอกก็ไม่สามาาถก้าวเข้าไปได้ ก่อนที่จะได้รับอนุญาต



     ยอดเขาที่เป็นทางเข้าไปสู่ดินแดนตราประทับก็เป็นหนึ่งในสถานที่ต้องห้ามเช่นกัน



     แต่ในเวลานี้ พื้นที่ต้องห้ามที่เป็นทางเข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์ ได้มีผู้คนจำนวนมากรายล้อมอยู่ในนั้น



     มันเป็นเพราะการเปิดดินแดนตราประทับนิรันดร์ที่ถูกจัดขึ้น จึงทำให้มีสหายของเหล่าอัจฉริยะ และสหายของเหล่าผู้อาวุโสต่างเดินทางมาที่นี่



     เพราะในวันนี้คือวันสุดท้ายในการเข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์ จึงทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับสูงต่างมารวมตัวที่นี่ บางคนยืน บางคนนั่ง บางคนนอนรออย่างเงียบสงบ



     อย่างไรก็ตาม มันก็ทำให้ยอดเขาที่เคยเงียบสงบ ดูครึกครื้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้น และอยากรู้อยากเห็น



     ในเวลานั้น เหล่าอัจฉริยะจากหมู่เกาะประหารได้ทำลายยันต์นิรันดร์ของตัวเอง และออกมาจากดินแดนตราประทับนิรันดร์



     การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนอย่างมาก เพราะในตอนนี้ ทุกคนต่างรู้ดีว่ายังไม่หมดเวลาในการรวบรวมตราสงครามภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์ และมันจะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น จึงทำให้พวกเขาต้องทำลายย้นต์นิรันด์และออกมาก่อนเช่นนี้



     นอกจากนี้ ใบหน้าของพวกเขายังตื่นตระหนกอย่างมาก ราวกับว่าพวกเขากำลังหวาดกลัวบางอย่าง



     ดังนั้น ทุกคนในบริเวณนั้น ต่างคาดเดาเอาว่าพวกเขาต้องพบเจอกับอ้นตรายอย่างมาก ตึงต้องทำลายยันต์นิรันด์ และกลับออกมาก่อน แต่มันก็ก่อให้เกิดความแคลงใจถึงความกล้าหาญของคนจากหมู่เกาะประหารอยู่บ้าง



     แต่ในเวลานั้น ก็ได้มีคนอีกสามคนปรากฏตัวออกมา พวกเขาคืออัจฉริยะสูงสุดของหมู่เกาะประหาร ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเขตทะเลตะวันออก



     หนึ่งในนั้นคือสาวงามในสาวสาวงามแห่งเขตทะเลตะวันออก หลานสาวของผู้นำเก้านิรันดร์ หยา เฟย



     อีกหนึ่งคือ ลูกสาวของประมุขหมู่เกาะประหาร และเป็นน้องสาวของอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเขตทะเลตะวันออก มู่หรง ซุน นางคือ มู่หรง ว่าน



     คนสุดท้ายคือลูกชายของรองประมุขหมู่เกาะประหาร ฉาน จิ๋วเซียว เขาคือ ฉาน เฟิง



     “ทำไมทั้งสามอัจฉริยะถึงได้กลับออกมาเช่นกัน !?” ในขณะที่พวกเขาทั้งสามคนปรากฏตัวออกมานั้น ผู้คนรอบข้างต่างคาดเดาไปต่างๆ นาๆ



     ในตอนแรกที่อัจฉริยะทั้งสามจากหมู่เกาะประหารปรากฏตัวออกมานั้น หากพวกเขาอ้างเหตุผลอะไรออกมา มันก็ยังพอจะรับฟังได้



     แต่เมื่อยอดอัจฉริยะอีกสามคนที่ปรากฏตัวออกมาทีหลังเช่นนี้ มันก็ยากที่ทักคนจากสามารถเดาถึงสิ่งที่สามารถทำให้ผู้ที่แข็งแกร่งเช่นพวกเขาต้องล่าถอยกลับมาเช่นนี้ได้



     แต่ในขณะที่ทุกๆ คนกำลังคาดเดาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น สี่อัจฉริยะที่เป็นลูกศิษย์ของนายหญิง เพียวเมี้ยว ก็ปรากฏตัวออกมา พวกนางคือสาวงามทั้งสี่ฤดู



     ในขณะนั้น ยอดหุบเขาแทบจะระเบิดออกด้วยความวุ่นวาย เพราะในขณันี้ อัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในการเข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์ ได้กลับออกมาก่อนที่จะหมดเวลา



     “หยา เฟ่ย , ฉาน เฟิง , มู่หรง ว่าน พวกเจ้ามันน่ารังเกียจยิ่งนัก !! พวกเจ้าไม่สามารถต่อสู้อย่างยุติธรรมได้ !! พวกเจ้าจึงใช้วิธีที่ต่ำช้าเช่นนี้ !! พวกเจ้ายังมีความละอายหลงเหลืออยู่บ้างไหม !!” หลังจากที่ปรากฏตัวออกมานั้น ชุน หวู ก็ชี้ไปที่ หยา เฟย และคนอื่น พร้อมทั้งด่าทอออกมาอย่างรุนแรง



     “ชุน หวู แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าพูดถึงเรื่องอะไร แต่หากเจ้าใส่ความข้าเช่นนี้ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้า !! ในครั้งนี้ ข้าจะยังไม่เอาเรื่องแก่เจ้า !!” หยา เฟย กล่าวออกมาอย่างไม่แยแส ราวกับว่านางถูกปรักปรำอยู่เช่นนั้น



     “เจ้าไม่กล้าที่จะยอมรับมันเช่นนั้นรึ !! ที่ข้าเห็น พวกเจ้ากลัวที่จะอับอายเช่นนั้นรึ !!”



     “ดี !! หากพวกเจ้ากลัวที่จะอับอาย ข้าจะบอกทุกคนให้รู้พึงสิ่งที่พวกเจ้าทำในกินแดนตราประทับนิรันดร์ !!”



     เมื่อเห็นว่า หยา เฟย และคนอื่นๆ ไม่ยอมรับ ชุน หวู ขดริมฝีปากขึ้น พร้อมทั้งมองไปยังผู้คนรอบข้าง แบะกล่าวออกมาว่า “ผู้อาวุโส อัจฉริยะทั้งหกจากหมู่เกาะประหาร นอกจากพวกเขาจะไม่ใช้เพียงฝีมือของพวกเขาในการแย่งชิงวิญญาณตราประทับภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์เท่านั้น แต่พวกเขากลับใช้วิธีที่น่ารังเกียจ และต่ำช้าที่สุด…..”



     หลังจากนั้น ชุน หวู ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวิหารผู้สืบทอด รวมถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในดินแดนตราประทับนิร้นดร์ทั้งหมด



     “ฮู่ววววว ….!!” 



     หลังจากเล่าจบนั้น ทุกคนพื้นที่ต่างสับสนไปตามๆ กัน เพราะคนอ่อนแอเช่น หวู่ฉิง ค้นพบ และสามารถเปิดวิหารผู้สืบทอดในตำนานได้ อีกทั้งเขาย้งสามารถเอาชนะ ฉาน เฟิง , หยา เฟย และ มู่หรง ว่าน สามอัจฉริยะสูงสุดของหมู่เกาะประหารได้ มันจึงทำให้ทุกคนต่างไม่อาจเชื่อได้



     “มันเป็นเช่นนั้นจริงรึ !! มันจะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร !!”



     “ใช่ !! แม้ว่า หวู่ฉิง อาจนะเป็นค้นพบวิหารผู้สืบทอด แต่ด้วยพลังระดับสามของเขา มันย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถเอาชนะ ฉาน เฟิง , หยา เฟย และ มู่หรง ว่าน ได้ !!” เนื่องจากเรื่อง ชุน หวู มันน่าเหลือเชื่อจนเกินไป มันจึงทำให้หลายคนเกิดความสงสัย และไม่เชื่อในคำกล่าวของนาง



     “ชุน หวู ข้าไม่รู้ว่าเจ้าโกรธแค้นอะไรพวกข้า แต่เจ้าไม่ละอายบ้างรึ ที่แต่เรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายพวกข้าเช่นนี้ !!”



     “ข้ายอมรับว่าข้าเข้าไปในวิหารผู้สืบทอดพร้อมกับพวกเจ้า !! แต่สิ่งที่เจ้ากล่าวมันไม่ใช่ความจริง !!” หย่า เฟย ยังไม่ยอมรับ และกล่าวออกมาด้วยเย็นชา 



     “ถูกต้อง !! แม่นาง ชุน หวู เจ้าเป็นถึงสาวงาม แต่กลับมีหัวใจที่มืดดำ เหตุที่วิหารผู้สืบทอดระเบิด อาจเป็นเพราะตัวของวิหารเองก็เป็นได้ เจ้ามีหลักฐานอะไรถึงได้กล่าวหาว่าพวกเราเป็นคนทำ !!” ซาน เฟิง กล่าวขึ้น



     “หึ !! เจ้าแต่งเรื่องเก่งจริงๆ ที่แท้เจ้ามันก็เป็นเพียงแค่คนไร้ยางอาย !!”



     ใบหน้าของ ชุน หวํ เปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธ ทั้งหกคนไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น และเมื่อเป็นเช่นนั้น มันจึงทำให้ ชุน หวู ไม่อาจทำอะไรได้แม้แต่น้อย



     แต่เดิมนั้น นางมีโอกาสที่นะได้รับวิญญาณตราประทับจำนวนมาก แต่มันก็เป็นเพราะ หย่า เฟย และคนอื่นๆ จึงทำให้นางพลาดโอกาสที่หาได้ยากเช่นนั้น แม้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับ แต่นางก็ได้เล่าเรื่องราวทุกอย่างออกไปจนหมดสิ้นแล้ว



     “ศิษย์น้อง ชุน หวู อย่าได้เถียงกับพวกเขาอีกเลย !! จนถึงตอนนี้ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ยังไม่ออกมาเลย !!” ในขณะนั้น ฉิว ซือ ก็กระตุกชายกระโปรงของนางเบาๆ



     “อะไรนะ !! ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ยังไม่กลับออกมา !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าที่เป็นสีแดงของ ชุน หวู พลันเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด และมันยังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เมื่อนางกวาดสายตามองไปรอบๆ อีกทั้งยังใช้อำนาจพลังวิญญาณแผ่กระจายออกไป แต่ก็ยังไม่พบแม้แต่เงาของ ชูเฟิง



     นี่อาจจะหมายความว่า ชูเฟิง ไม่สามารถหนีออกมาจากวิหารผู้สืบทอดได้ทัน และถูกฝังอยู่ภายในนั้น



     “บ้าเอ๊ย !!” หลังจากตกใจสุดขีดนั้น ชุน หวู ชี้ไปที่ หยา เฟย และคนอื่นๆ พร้อมทั้งตะโกนออกมาว่า “หากเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์น้อง หวู่ฉิง ข้าจะไม่มีวันให้อภัยพวกเจ้า !!” หลังจากกล่าวจบ นางก็พุ่งทะยานออกไปในอากาศ



     “ศิษย์น้อง ชุน หวู รอข้าด้วย !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉิว ซือ รีบติดตามนางออกไปในทันที



     “หึ !! เขาตายแล้วรึ !! สมควรแล้ว !!”



     ในขณะนั้น เซี๊ยะ หยู และ ตง เซวีย ต่างมองหน้ากัน พวกนางไม่มีความกังวลใดๆ บนใบหน้าแม้แต่น้อย พวกนางกลับแอบรู้สึกดีใจอย่างมาก และหวังให้ ชูเฟิง ตายลงภายในวิหารผู้สืบทอด เพราะมันจะทำให้ความเกลียดชังของพวกนางที่มีต่อ ชูเฟิง จางหายไป อีกทั้งยังเป็นการกำจัดศัตรูที่แข็งแกร่งของพวกนางไป



     หลังจากแอบยินดีนั้น พวกนางไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาบนใบหน้าแม้แต่น้อย และด้วยความที่ ชุน หวู และ ฉิว ซือ ก็เป็นลูกศิษย์ของนายหญิง เพียว เมี้ยว เช่นเดียวกันนั้น มันจึงทำให้พวกนางพุ่งทะยานไล่ตามไป

ReaDMGA
////////////////////////////////////////////////////////////////////////