วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 699 – การกลับมาของ หวู่ฉิง


     “ใช่ !! ข้าเกือบลืมไปเลย !!”



     ชูเฟิง พลันนึกขึ้นได้ในทันที เมื่อได้ยินคำเตือนของ ต้านต้าน เขารีบยกแขนขึ้นมาดู และเขาก็ต้องตกตะลึงอย่างมาก เพราะบนแขนของเขาอัดแน่นไปด้วย วิญญาณตราประทับถึงสามพันดวง



     แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อเขายกแขนอีกข้างขึ้นมานั้น มันยิ่งทำให้เขาตกตะลึงมากกว่าเดิม เพราะตอนนี้มันก็มีวิญญาณตราประทับอัดแน่นอยู่อีก ถึงสามพันดวง



     “หกพัน ตราประทับ !! พระเจ้า !! ชูเฟิง เจ้ารวยแล้ว !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ต้านต้าน อุทานออกมาเสียงดัง เห็นได้ชัดว่า ราชินีผู้มากประสบการณ์เช่นนางยังต้องตกตะลึง



     วิญญาณตราประทับหนึ่งร้อยดวง ก็เพียงพอสำหรับการแลกเปลี่ยนทักษะต้องห้าม และวิญญาณตราประทับหกพันดวง จะสามารถและสิ่งใดได้กัน !!



     ในขณะนั้น ยังไม่มีใครรู้ว่า ชูเฟิง ยังมีชีวิตอยู่ และได้รับวิญญาณตราประทับมาถึงหกพันดวง



     พวกเขารู้เพียงแค่ว่า หลังจากที่ ชุน หวู แลกเปลี่ยนเสร็จแล้วนั้น การเปิดดินแดนตราประทับนิรันดร์ก็กำลังจะสิ้นสุดลง



     ดังนั้น เมื่อได้ข้อสรุปแล้วนั้น นายหญิง เพียวเมี้ยว ก็ก้าวออกมา และกำลังจะมอบรางวัล



     ภายในหุบเขาสายหมอกตอนนี้นั้น คราคร่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก พวกเขาต่างอยากรู้ว่า นายหญิง เพียวเมี้ยว จะมอบสิ่งใดเป็นรางวัลให้แก่ ชุน หวู



     และเหมือนจะรู้ทันความคิดของทุกคน นางก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ลึกลับบนใบหน้า มันทำให้ออร่าที่เปล่งออกมาจากร่างกายของนาง ยิ่งดูน่าเกรงขามมากขึ้น



     หลังจากที่นางก้าวขึ้นมานั้น นางก็พลิกฝ่ามือพลันปรากฏถุงจักรวาลขึ้นมาในฝ่ามือของนาง



     “ชุน หวู ในฐานะที่เจ้าได้ที่หนึ่งในครั้งนี้ นี่คือรางวัลของเจ้า !!” ในขณะที่นายหญิง เพียวเมี้ยว กล่าวนั้น ถุงจักรวาลในมือของนางก็ลอยเข้าสู่มือของ ชุน หวู



     ชุน หวู เป็นสาวงามที่ฉลาดหลักแหลม นางเข้าใจถึงเจตนาของอาจารย์ของนางดี เพราะนางมีสถานะที่สูงส่งจึงไม่อาจเปิดเผยสิ่งที่นางมอบให้แก่ ชุน หวู เองได้ ดังนั้น ชุน หวู จึงเป็นผู้รับหน้าที่นี้ไปแทน



     ชุน หวู ได้เปิดถุงจักรวาลออกต่อหน้าต่อตาของทุกๆ คน เห็ดสีฟ้าร่วงลงมาจากถุงจักรวาลลงสู่มือของนาง เห็ดชนิดนี้มีกลิ่นหอมจางๆ อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่สดชื่น



     “นั่นมันโอสถระดับสูง เห็ดนิรันดร์แห่งการทำลาย!!” ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นสิ่งที่ออกมาจากถุงจักรวาล



     จ้าวโอสถทิพย์นั้นถือเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมาก แม้แต่ภายในเขตทะเลตะวันออกเอง จ้าวโอสถทิพย์ก็จัดเป็นสมบัติล้ำค่า และเห็ดนิรันดร์แห่งการทำลายก็ถือเป็นจ้าวโอสถทิพย์ระดับสูงสุด



     พลังที่อัดแน่นอยู่ในนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถดูดซับได้อย่างง่ายดาย พลังของมันนั้น หากผู้เชี่ยวชาญที่มีพลังต่ำกว่าขั้นจ้าวสงครามใช้มัน จะทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มระดับพลังได้อย่างมาก



     หากผู้เชี่ยวชาญระดับเก้า ขั้นแดนสวรรค์ใช้มัน พวกเขาจะสามารถทะลวงพลังเข้าสู่ขั้นจ้าวสงครามได้อย่างง่ายดาย และหากผู้เชี่ยวชาญขั้นจ้าวสงครามกินเข้าไปนั้น พวกเขาก็สามารถได้รับผลของมันอย่างมาก



     แต่ที่สำคัญที่สุดนั้นคือ เห็ดนิรันดร์แห่งการทำลายยากที่จะพบได้ แต่ในตอนนี้ หุบเขาสายหมอกได้มีมันไว้ในครอบครอง จึงทำให้ทุกคนตกตะลึงอย่างมาก



     ดังนั้น เมื่อเห็ดนิรันดร์แห่งการทำลายปรากฏออกมา มันจึงทำให้ทุกๆ คนต่างตกตะลึง ไม่เว้นแม้แต่ เซี๊ยะ หยู , ตง เซวีย และ ฉิว ซือ ที่เติบโตมาภายในหุบเขาสายหมอก พวกนางเองก็ยังรู้สึกชื่นชมในเห็ดนิรันดร์แห่งการทำลายอย่างมาก



     ***** ครุ่ก *****



     แต่ในเวลานั้น ก็มีบางอย่างหล่นออกมาจากถุงจักรวาลในมือของ ชุน หวู อีกครั้ง มันคือ เห็ดนิรันดร์แห่งการทำลาย อีกห้าต้น



     เมื่อเห็นเห็ดนิรันดร์แห่งการทำลายทั้งหกต้นปรากฏออกมา แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสของหุบเขาสายหมอกก็ยังตกตะลึงอย่างมาก ในตอนนี้ ทุกคนในบริเวณนี้ต่างมีใบหน้าที่แข็งค้างด้วยความตกตะลึง



    เห็ดนิรันดร์แห่งการทำลายเพียงต้นเดียวนั้นก็มีค่าอย่างมาก แต่ในตอนนี้ นายหญิง เพียวเมี้ยว ได้มอบเห็ดนิรันดร์แห่งการทำลายถึงหกต้นให้แก่ ชุน หวู อาจกล่าวได้ว่านางมั่งคั่งอย่างมาก



     แต่ภายใต้สายตาอิจฉาของผู้คนนั้น ชุน หวู กลับไม่รู้สึกมีความสุขแม้แต่น้อย เพราะนางรู้ดีว่าของสิ่งนี้ สมควรที่จะเป็นของ ชูเฟิง



     ในขณะเดียวกันนั้น ชูเฟิง กำลังมีความสุขอย่างมากในดินแดนตราประทับนิรันดร์ เพราะเขาได้รับวิญญาณตราประทับถึงหกพันดวง



     “ก่อนที่ข้าจะกลับไป ข้าควรจะปิดบังพลังของข้าเสียก่อน หุหุ”



     ในตอนนี้ การบ่มเพาะพลังของเขาอยู่ในระดับแปด อาณาจักรสวรรค์ หากเขาใช้พลังของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามสาย เขาจะมีพลังถึงระดับสอง ขั้นจ้าวสงคราม ซึ่งเขายังไม่อยากให้ทุกคนรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ เขาจึงใช้พลังของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์เพียงสองเส้นเท่านั้น จึงทำให้พลังของเขาเหลือเพียงระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงคราม



     ในช่วงเวลานั้น ชูเฟิง รู้สึกมีความสุขอย่างมาก เพราะเขาสามารถควบคุมระดับพลังของเขาได้อย่างอิสระ อีกทั้งเขายังได้รับวิญญาณตราประทับมากถึงหกพันดวง การเดินทางมายังหุบเขาสายหมอกของเขาช่างคุ้มค่าอย่างมาก



     ***** ตูม *****



     ***** ตูม *****



     ***** ตูม *****



     ในขณะนั้น เสียงระเบิดก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงในระยะที่ห่างออกไป มันทำให้พื้นแผ่นดินสั่นไหวอย่างชัดเจน ราวกับมีก้อนหินขนาดใหญ่ตกลงมาใส่พื้นแผ่นดิน



     แรงสั่นสะเทือนส่งผลกระทบมาถึงใต้ฝ่าเท้าของ ชูเฟิง จนเขาสามารถรู้สึกได้



     เสียงระเบิดดังขึ้นทั้งสามครั้ง ในขณะที่ ชูเฟิง มองเห็นบางอย่างในระยะที่ไกลออกไป มันคล้ายกับภูเขาขนาดใหญ่ที่กำลังลอยเข้ามาใกล้ ที่ด้านล่างถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดที่เกิดขึ้นเพราะเงาของมัน



     “โอ้วววววว !!”



     ในเวลานั้น เสียงร้องอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นมา พร้อมกับที่ภายใต้เงามืดเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง



     ชูเฟิง รู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก เขาแหงนหน้าขึ้นไปมอง และพบว่ามันคือ นกขนาดใหญ่ มันมีขนาดใหญ่จนแทบไม่น่าเชื่อ ขนาดของมันสามารถบดบังท้องฟ้าได้จนเกือบหมด



     ร่างกายของมันมีขนสีดำ ขณะที่ห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้านับไม่ถ้วน ในขณะที่กระพือปีก ทั้งท้องฟ้า และพื้นแผ่นดิน ต่างถูกทำลายด้วยพลังของสายฟ้าจากร่างกายของมัน [T/N ขอตั้งชื่อว่า ทันเดอร์ วิหคอัศนี ในเรื่อง Pokemon ]



     ในเวลาเดียวกันนั้น เสียงคำรามก็ดังขึ้นมาจากทั่วทุกทิศทาง ผืนแผ่นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมทั้งปรากฏร่างกายของสัตว์ยักษ์ ที่ ชูเฟิง ไม่เคยพบเห็นมาก่อน 



     “ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น !! หรือว่าพวกนี้มันจะอยู่ในนี้มาก่อนแล้ว !!” ชูเฟิง ตกตะลึงอย่างมาก เพราะเหล่าสัตว์ยักษ์ในจำนวนนี้เพียงแค่ตัวเดียว ก็สามารถฆ่าเขาได้อย่างง่ายดาย



     ไม่เพียงแต่ความแตกต่างของขนาดเท่านั้น แต่พลังของพวกม้นยังแข็งแกร่งอย่างมาก



     เมื่อเห็นเช่นนี้ ชูเฟิง จึงเข้าใจในทันทีว่า หลังจากหมดกำหนดเวลาสิบวันในดินแดนตราประทับนิรันดร์จะเป็นเช่นไร เขาจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมภายในนี้ถึงไม่มีคนอยู่ และแม้แต่หญ้าสักต้นยังไม่งอกขึ้นมา



     เพราะภายในดินแดนแห่งนี้ เหล่าสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้อาศัยอยู่ และการดำรงอยู่ของพวกมันจึงทำให้ต้นไม้ไม่สามารถเจริญเติบโตขึ้นมาได้



     อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดและสุดแสนจะแข็งแกร่งพวกนี้ ยังไม่เข้าโจมตี ชูเฟิง แต่อย่างใด มันจึงทำให้เขามีเวลาที่จะหลบหนีออกไปได้



     และเหตุผลที่เป็นเช่นนี้ ชูเฟิง ก็สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย นี่อาจเป็นเพราะพลังของผู้ที่มอบพลังให้แก่เขายังคงคุ้มครองเขาอยู่ จึงทำให้เหล่าสัตว์ประหลาดไม่โจมตีใส่เขา



     แต่มองจากสายตาของพวกมันนั้น เห็นได้ชัดว่า พวกมันมองเขาเป็นศัตรูอย่างชัดเจน



     ***** พรึ่บ *****



     แม้ว่า ชูเฟิง จะรู้ดีว่าเขาจะไม่ได้รับอันตราย แต่ภายใต้ความเสี่ยงเช่นนี้ เขาจึงไม่อยากที่เสียเวลาอยู่ที่นี่นาน และหากว่าเขาออกไปไม่ทัน เขาจะพลาดโอกาสแลกเปลี่ยนวิญญาณตราประทับ ดังนั้น เขาจึงรีบทำลายยันต์นิรันดร์ และออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็ว



     ในเวลาเดียวกันนั้น บนยอดเขา หลังจากที่ ชุน หวู ได้รับรางวัล การเปิดดินแดนตราประทับนิรันดร์ก็กำลังจะปิดตัวลง ถึงแม้ว่าประตูทางเข้าของดินแดนตราประทับนิรันดร์จะยังไม่ปิดลงก็ตาม แต่ทุกคนก็ต่างเตรียมที่จะแยกย้ายกันออกไป



     ***** พรึ่บ *****



     อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พวกเขากำลังจะจากไปนั้น แสงสว่างวาบก็ปรากฏขึ้น ภายใต้ท้องฟ้ายามโพล้เพล้ มันจึงกลายเป็นจุดสนใจของทุกๆ คนอย่างง่ายดาย



     เมื่อแสงสว่างค่อยๆ จางหายไป ทุกคนๆ ก็พบก็ชายผู้หนึ่งปรากฏตัวออกมาในอากาศ



     ไม่เพียงแต่ชายหนุ่มผู้นี้จะมีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่บนใบหน้าของเขายังประดับไว้ด้วยรอยยิ้มบางๆ เมื่อเขาปรากฏตัวออกมานั้น ทุกคนต่างยืนตะลึง



     ทุกคนต่างรู้ดีว่าคนที่ปรากฏตัวออกมานี้คือ ผู้ที่มีนามว่า หวู่ฉิง



     ภายใต้ความตกตะลึงของทุกๆ คนนั้น ชูเฟิง ยิ้มออกมาบางๆ พร้อมกับกล่าวออกมาอย่างใจเย็นว่า “ข้าต้องขออภัย ที่ทำให้ทุกๆท่านต้องรอนาน !!”

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////