วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 700 – ทักษะต้องห้ามพสุธา – สะบั้นนภา


     “หวู่ฉิง !!”



     ในขณะนั้น ทุกคนต่างตกตะลึงกับการปรากฏตัวของ ชูเฟิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หย่า เฟย , ฉาน เฟิง , เซี๊ยะ หยู , ตง เซวีย และคนอื่นๆ พวกเขาไม่เพียงแต่ตกตะลึงเท่านั้น แต่ใบหน้าของพวกเขายังเต็มไปด้วยสับสน



     ในก่อนหน้านี้ พวกเขาต่างคิดว่า ชูเฟิง ตายไปแล้ว และหวังให้เป็นอย่างที่พวกเขาคิด แต่ในตอนนี้ ชูเฟิง กลับปรากฏตัวออกมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันจึงทำให้ความหวังของพวกเขาพังครืนลงมา และถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ พร้อมกับความสับสนในเวลาเดียวกัน



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง !!” เมื่อเทียบกับกลุ่มของ ฉาน เฟิง และคนอื่นๆ นั้น ชุน หวู , ฉิว ซือ , เจียง ว่านชือ และคนอื่นๆ กลับรู้สึกมีความสุขอย่างมาก โดยเฉพาะ ชุน หวู ในครั้งแรกที่นางเห็น ชูเฟิง นั้น นางแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นางจึงยกมือขึ้นขยี้ตา และมองออกไปอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่า ชูเฟิง ยังมีชีวิตอยู่



     สาวงามทั้งสามคนต่างกระโจนไปที่ ชูเฟิง พร้อมๆ กัน หลังจากที่ยืนยันแล้วว่าเขายังมีชีวิตอยู่



     ชุน หวู นั้นแสดงท่าทีออกมามากที่สุด นางเข้าไปพร้อมทั้งจับเสื้อผ้าของ ชูเฟิง พลางกระโดดขึ้นลงรอบๆ ตัวเขา หากว่าไม่อยู่ภายใต้สายตาของหลายๆ คน นางคงจะโผเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างแน่นอน



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้ายังไม่ตาย !! แต่ทำไมเจ้าถึงออกมาช้าแบบนี้ล่ะ!! รู้มั้ยว่าพวกเราเป็นห่วง !!” ฉิว ซือ และคนอื่นๆ กล่าวพามออกมาพร้อมกัน



     “ใช่ !! โดยเฉพาะศิษย์พี่ ชุน หวู ท่านถึงกับร้องไห้เพราะเจ้าเลยนะ !!” เจียง ว่านชือ กล่าวพลางเหล่มองไปที่ ชุน หวู ที่ดวงตาแดงกร่ำ และบวมเล็กน้อยอยู่ในขณะนี้



     เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิง ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเพราะอะไร นี่เป็นเพราะ ชุน หวู คงคิดว่าเขาตายไปแล้ว ถึงได้ร้องไห้ออกมาเช่นนั้น



     มันทำให้ ชูเฟิง รู้ว่า ชุน หวู นั้นจริงใจต่อเขา และเป็นห่วงเขามาก อีกทั้งแม้แต่ เจียง ว่านชือ และ ฉิว ซือ เองก็มีร่องรอยของการร้องไห้อยู่ แต่ก็ไม่มากเท่ากับ ชุน หวู



     อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะรู้สึกมากหรือน้อย มันก็ไม่สำคัญกับ ชูเฟิง แต่อย่างใด เพราะในตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่า ยังมีคนที่เป็นห่วงตัวเขาเองอยู่



     “ข้าขอโทษ ที่ทำให้ทุกๆ คนเป็นห่วง ที่ข้ากลับออกมาช้า เพราะข้ามีบางอย่างต้องทำภายในอารามผู้สืบทอด” ชูเฟิง กล่าวพลางยิ้มบางๆ



     “อารามผู้สืบทอด ได้ถูก หยา เฟย ใช้ยันต์ระเบิดทำลายไปแล้วไม่ใช่รึ !! แล้วเจ้าหนีรอดออกมาได้เช่นไร !?” ชุน หวู กล่าวถามออกมาด้วยความอยากรู้



     “ชู่ว !!” ชูเฟิง เพียงยิ้มบางๆ และกล่าวออกมาว่า “ภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์ พวกเราก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวดตัวเล็ก ที่ไม่อาจสร้างรอยแตกร้าวให้กับมันได้แม้แต่น้อย ถึงแม้จะใช้ยันต์ระเบิด มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเล่นปาฮี่ของเด็กไร้เดียงสา !!”



     แม้ว่า ชูเฟิง จะไม่ได้ระบุออกมาว่าผู้ใดเป็นผู้ที่ใช้ยันต์ระเบิด แต่ในขณะที่เขากล่าว เขาก็จ้องมองที่ หย่า เฟย และคนอื่นๆ



     เมื่อเห็นสายตาของ ชูเฟิง นั้น มันทำให้ใบหน้าของ หย่า เฟย และคนอื่นๆ ต่างพากันบิดเบี้ยว เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการให้ หย่า เฟย และคนอื่นๆ เสียหน้า



     “นี่หมายความว่า อารามผู้สืบทอดไม่ได้รับความเสียใดๆ เลยซินะ!!” ชุน หวู กล่าวออกมาด้วยความสุข



     “ถูกต้อง !! ท่านก็เห็นแล้วว่าข้ายังคงอยู่ตรงนี้โดยที่ครบ 32 !!” ชูเฟิง กล่าวด้วยรอยยิ้ม



     “ยอดเลย !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชุน หวู ตะโกนออกมาด้วยความดีใจ และกล่าวออกมาว่า “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ประตูทางเข้าดินแดนตราประทับนิรันดร์ใกล้จะปิดแล้ว เจ้ารีบไปแลกวิญญาณตราประทับเถอะ !!”



     “ข้าได้เก็บรางวัลสำหรับผู้ที่ได้อันดับ1 ไว้สำหรับเจ้า !!” ชุน หวู กล่าวพลางโชว์ถุงจักรวาลในมือขึ้น



     ชูเฟิง เป็นคนฉลาดอย่างมาก เขารู้ได้ในทีว่า ชุน หวู ได้รับรางวัลอันดับหนึ่ง และที่นางกล่าวออกมาเช่นนั้น เพราะนางรู้ดีว่า ชูเฟิง จะต้องรวบรวมวิญญาณตราประทับมาได้มากกว่านาง



     ชูเฟิง ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ในตอนนี้เขามีวิญญาณตราประทับกว่าหกพันดวง ด้วยจำนวนขนาดนี้ เขาย่อมได้รับทักษะการต่อสู้ที่ดีอย่างแน่นอน เขาจึงไม่รอช้าที่จะแลกมันทั้งหมดกับทักษะต่อสู้ และนอกจากทักษะต่อสู้ที่น่ากลัวแล้วนั้น เขายังได้รับรางวัลอันดับหนึ่งอีก



     ในขณะที่เขาเดินเข้าไปนั้น ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เขาเป็นตาเดียว



     ถ้าเป็นในก่อนหน้านั้น เขาย่อมไม่เป็นจุดสนใจอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้ หลังจากที่ทุกๆ คนได้รับรู้ถึงความสำเร็จของเขา ทุกคนจึงคาดหวังไว้กับเขาอย่างมาก



      เพราะหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์ มันก็ทำให้ทุกๆ คนต่างมอง ชูเฟิง เป็นบุคคลที่โดดเด่น แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีการบ่มเพาะพลังที่โดดเด่น แต่เขาก็มีรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่ล้ำเลิศกว่าคนอื่นๆ มันจึงทำให้ทุกคนยอมรับว่า ชูเฟิง เป็นอัจฉริยะที่แท้จริง



     ดังนั้น ทุกๆ คนจึงจ้องมองไปยัง ชูเฟิง ด้วยความคาดหวัง และจากการคาดเดาของ ชุน หวู นั้น ชูเฟิง จะต้องรวบรวมมาได้มากกว่า มู่หรง ซุน แน่นอน



     ภายใต้สายตาของทุกๆคนนั้น ชูเฟิง ก้าวเดินไปอย่างช้าๆ ด้วยท่าทีที่สงบ ภายในสถานที่แห่งนี้ จมลงสู่ความเงียบสงัดอย่างชัดเจน เงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจเต้นของเหล่าผู้คนทั่วบริเวณ



     ในท้ายที่สุดนั้น ชูเฟิง ก็เดินมาถึงประตูทางเข้า  ตัวเลขก็พลันปรากฏขึ้น และหลังจากที่ทุกคนเห็นตัวเลขนั้น มันก็ทำให้พวกเขาตกตะลึงอย่างมาก บางคนถึงกลับก้าวถอยหลังออกมาด้วยความหวาดกลัว และล้มลงโดยไร้ซึ่งเรี่ยวแรง



     “หกพัน!!” นั่นคือตัวเลขที่ปรากฏขึ้น หลังจากที่ ชูเฟิง ก้าวผ่านประตูเข้าไป



     ก่อนหน้านี้ ทุกคนต่างคาดเดาเอาไว้ว่า ชูเฟิง จะสามารถรวบรวมมาได้เพียง หกสิบ เจ็ดสิบ แปดสิบ…..ร้อย  แต่ทุกคนต่างไม่คิดว่าเขาจะสามารถทำลายสถิติของ มู่หรง ซุน ได้



     แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ปรากฏขึ้นมานั้นคือ หกพัน มันเป็นจำนวนที่แม้แต่ หย่า เฟย และคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้



     วิญญาณตราประทับหกพันดวงนั้น เป็นจำนวนที่มากอย่างยิ่ง แม้ว่าคนที่เข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์จะเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่น และเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญขั้นจ้าวสงครามทั้งสิ้น



     แต่ก็มีอยู่หลายคนที่ใช้เวลาสิบวันในดินแดนตราประทับนิรันดร์เพื่อรวบรวมวิญญาณตราประทับมาได้เพียงไม่กี่ดวงเท่านั้น และมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถรวบรวมมาได้แม้สักดวงเดียว



     แต่ ชูเฟิง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่ง จ้าวสงคราม กลับสามารถรวบรวมวิญญาณตราประทับมาได้ถึงหกพันดวง ด้วยกำลังของตัวเอง มันเป็นปริมาณที่มากกว่าทั้งเก้าสิบเก้าคนรวมกันอย่างมาก



     “ไม่น่าเชื่อ !! ไม่น่าเชื่อจริงๆ !! นี่มันมหัศจรรย์ !!”



     ชายชราผู้หนึ่งกล่าวขึ้นขณะที่เขาใช้มือลูบเคราแพะของเขา เขากล่าวออกมาด้วยริมฝีปากที่สั่นเครือ เขาคือคนหนึ่งที่จับตามอง ชูเฟิง และในมุมมองของเขานั้น มันคือความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น



     “จากสิ่งที่ข้าได้ยินมา การจับวิญญาณตราประทับเป็นเรื่องที่ยากมาก ศิษย์ของข้าเคยร่วมมือกับสหายของเขาเข้าไปจับ แต่พวกเขาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ !!”



     “แม้ว่าเรื่องอารามผู้สืบทอด ที่กล่าวว่ามีวิญญาณตราประทับจำนวนมากเป็นเรื่องจริง แต่ยังไงก็ต้องใช้เวลาในการจับมันพอสมควร ไม่รู้ว่า หวู่ฉิง ใช้วิธีการใดในการจับพวกมันมาได้ ด้วยพลังเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น !!” นอกเหนือจากความตกตะลึงแล้วนั้น ทุกคนต่างคาดเดาถึงวิธีที่เขาใช้ในการจับวิญญาณตราประทับเหล่านั้น



     แต่ยิ่งพวกเขาคาดเดามากเท่าไหร่ พวกเขายิ่งสับสนมากเท่านั้น เพราะความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง ไม่สามารถเทียบได้กับคนอื่นได้ แม้แต่ ชุน หวู และคนอื่นๆ ที่มีพลังมากกว่าเขา ก็ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เท่าเขา



     แต่ถ้าหากคำกล่าวของ ชุน หวู เป็นจริงนั้น ความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง จะเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถจินตนาการได้



     แม้แต่นายหญิง เพียวเมี้ยว ที่ปกติจะมีใบหน้าสงบนิ่ง ในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสน และแววตาที่ครุ่นคิดบางอย่าง



     ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้น ภายในประตูที่ ชูเฟิง ยืนอยู่นั้น ก็มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก 



     ในขณะนั้น ประตูด้านหลังของ ชูเฟิง พลันมืดมิด และเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว



     ***** พรึ่บ *****



     ในเวลานั้น ประกายแส่งพุ่งออกมาจากแขนของ ชูเฟิง ราวกับห่าฝน และรวมตัวกันกลางอากาศ ประกายแสงเหล่านั้นตัดกับบรรยากาศโดยรอบอย่างเด่นชัด



     สุดท้ายนั้น ประกายแสงได้รวมตัวกัน และกลายเป็นคำต่อหน้าของ ชูเฟิง



     เมื่อแสงสว่างเหล่านั้นจางลง ทุกคนต่างมองเห็นตัวหนังสือนั้นได้อย่างชัดเจน นั่นคือ



     “ทักษะต้องห้าพสุธา – สะบั้นนภา !!”

ReaDMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////