วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 702 - บทสรุป


* ครื่นน * ในตอนนั้น ทางเข้าที่อยู่ด้านหลังชูเฟิงก็สั่นเบาๆ ดูเหมือนว่ามันกำลังจะปิดลงแล้ว 



ในตอนนั้น ชูเฟิง ก็ยิ้มและพูดว่า “ดูเหมือนว่าจะได้เวลาออกไปแล้วสินะ”



และเมื่อชูเฟิงเดินออกมา ทางเข้าไปยังดินแดนประทับนิรันดร์ก็ปิดลง และยอดหุบเขาก็ได้กลับสู่ความปกติ



แต่หุบเขานั้นไม่ได้เงียบ สายตาของผู้คนต่างมองไปที่ชูเฟิงอย่างตกใจ โดยเฉพาะคนจากรุ่นเดียวกันนั้นมองชูเฟิงเป็นตัวอย่าง และ แรงผลักดัน 



ชูเฟิงนั้นคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ วิญญาณตราประทับ 6000 ดวงนั้น สร้างความตกใจให้แม้แต่กับเขา แล้วนับประสาอะไรกับคนอื่นๆล่ะ ในตอนนั้นก็มีบางคนนั้นลองเดาเรื่องทักษะต้องห้ามที่เขาได้รับไปต่างๆนาๆ



      “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้าช่างน่ากลัวยิ่งนัก วิญญาณตราประทับทั้งหมดในอารามแห่งการสืบทอดนั่น เจ้าจับมาหมดเลยใช่หรือไม่ เจ้าทำได้ยังไง” ชุน หวูวิ่งมาด้วยใบหน้าที่เต็มด้วยความดีใจ เมื่อเธอพูดขึ้น เธอก็ยื่น ถุงจักรวาลให้กับชูเฟิง



      “ศิษย์พี่ ชุน หวู ท่านเก็บไว้เถิด” ชูเฟิง ปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม



     “ข้าจะทำได้ยังไงล่ะ นี่มันเป็นของเจ้า ข้าไม่อาจรับไว้ได้หรอก” 



     “นอกจากนี้ ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้านั้นแข็งมากนักจึงต้องใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นไปอีก และนี่ สามารถช่วยเจ้าได้.” ชุน หวู รีบยัดใส่มือชูเฟิง



เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิงก็ลองตรวจสอบในถุงจักรวาลดูเมื่อตรวจสอบมัน เขาก็ต้องรีบพูดว่า “ศิษย์พี่ ชุน หวู มันคืออะไรกัน พลังของมันบริสุทธิ์มาก ท่าทางมันจะเป็นสมบัติหายากสินะ”



     “นี่คือ โอสถทิพย์ชั้นสูง เห็ดนิรันดร์แห่งการทำลาย อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่แค่ โอสถทิพย์ระดับสูง แต่เป็นจ้าวโอสถชั้นสูงที่มีแค่เฉพาะหุบเขาสายหมอกเท่านั้น ผลของมันนั้นเหนือกว่าจ้าวโอสถทิพย์ทั่วๆไป แต่ยังไม่ถึงขั้นจ้าวโอสถชั้นยอด หรือ ลูกแก้วจ้าววิญญาณ



      “ลูกแก้วจ้าววิญญาณ นั้นเหนือกว่า เห็ดนิรันดร์แห่งการทำลายมากนัก เพราะมันบริสุทธิ์มากจนกระทั่งผู้ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าจ้าวแห่งสงครามไม่อาจใช้มันได้ ซึ่งต่างกับ เห็ดนิรันดร์แห่งการทำลาย ที่ผู้อยู่ระดับอาณาจักรสวรรค์นั้น ก็สามารถใช้ได้,” ชุน หวู อธิบาย



      “มันยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้เชียวหรือ”



ในตอนนั้น ใจของชูเฟิงก็มีความสุขอย่างมาก เมื่อเข้าได้ยินเรื่องนี้ เขาไม่คิดว่า อันดับที่ 1 นั้นจะได้รับรางวัลที่ล้ำค่าเช่นนี้



ด้วยพลังวิญญาณของชูเฟิง เขาสามารถตรวจสอบได้ว่า เห็ดนั่นได้ มันไม่เพียงแต่บริสุทธิ์แต่มันยังง่ายตอนกลั่นอีกด้วย



โดยเฉพาะ กับผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรสวรรค์นั้น จะได้ผลอย่างมาก แม้ใช้มันเพียงแค่ต้นเดียวก็อาจจะสามารถทะลวงได้หลายระดับ มันช่างเป็นสมบัติแห่งการบ่มเพาะอย่างแท้จริง



ถ้าชูเฟิงต้องการทะลวง เขานั้นต้องใช้พลังอย่างมาก แม้แต่เห็ด 6 ต้น ก็ไม่อาจทำให้เขาทะลวงขึ้นไปได้ แต่ถ้าเป็น ซู รู่ว, ซู เหม่ย, เจียง หวู่ชาง และ จาง เทียนยี่ ย่อมเกิดผลอย่างมากแน่นอน



นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมชูเฟิงมีความสุขอย่างมาก เพราะ เห็ดพวกนี้จะช่วยพรรคพวกของเขาทะลวงพลังขึ้นไปได้ 



      “หวู่ฉิง ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้เก็บเกี่ยวในดินแดนประทับนิรันดร์มาเยอะนะ ข้าหวังว่าเจ้าจะได้ตราประทับดอกบัวนิรันดร์กลับมาด้วย”



ในตอนนั้น ท่านหญิง เพียวเมี้ยว ก็เดินมา แล้วก็มองมาที่ชูเฟิงด้วยสายตาที่เป็นมิตร เห็นได้ชัดดว่าตั้งแต่ที่พลังของชูเฟิงสูงขึ้น มันทำให้นางมองเขาใหม่



     “ท่านอาวุโส เพียวเมี้ยว ข้าได้มันมาอย่างแน่นอน.” ในตอนนั้น ชูเฟิงก็พูดขึ้น พร้อมกับยื่นตราประทับดอกบัวนิรันดร์ที่ชุน หวู เก็บมาให้ ให้กับท่านหญิง เพียวเมี้ยว 



      “อืม.” เมื่อเห็นตราประทับดอกบัวนิรันดร์ ใบหน้าของท่านหญิง เพียวเมี้ยว ก็มีความสุขมาก เห็นได้ชัดว่านางต้องการช่วย หยวน รู่ว



หลังจากนั้น ชุน หวู, เจียง ว่านชือ และสาวงามคนอื่นๆ ก็เดินออกจากที่แห่งนั้นพร้อมกับชูเฟิง กลับไปยังที่พักของเขา ท่ามกลางสายตาของคนนับไม่ถ้วน



แต่เมื่อกลับมา ชูเฟิงก็ไม่ได้พักผ่อนเลย เขาผู้ซึ่งเก็บวิญญาณตราประทับได้ 6000 ดวงนั้น ออกมาโชว์พลังและความสามารถของเขา



เด็กหนุ่มสาว เกือบทั้งหมด นั้นต้องการเป็นเพื่อนกับชูเฟิง และ มีหญิงสาวบางคนนั้นส่งจดหมายมาให้ชูเฟิงเพื่อบอกรักเขา และ แม้แต่ผู้อาวุโสบางคนก็หวังที่ต้องการจะพูดคุยกับเขา



แต่มีหรือที่ชูเฟิงจะไม่เห็นเป้าหมายของพวกเขา ทุกคนในดินแดนประทับนิรันดร์ล้วนเห็นแก่ประโยชน์ของตน นอกเสียจาก ชุน หวู และคนอื่นๆ ที่มีความสัมพันธ์ อันดีกับเขา ชูเฟิงนั้นไม่ต้องการสื่อสารกับใคร และเขาก็ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น 



เพราะดินแดนประทับนิรันดร์นั้นได้ปิดม่านลงแล้ว หุบเขาสายหมอกนั้นจะไม่ปล่อยให้ที่ไม่ใช่แขกอยู่นาน ดังนั้นคนอื่นๆนอกจากชูเฟิง ได้ถูกส่งกลับทันที



แม้ว่า คนที่คอยมารบกวนนั้นได้กลับไปแล้ว ชูเฟิงนั้นยังไม่ได้พักผ่อน เขานั้นแม้แต่นั่งอย่างสงบก็ทำไม่ได้



เหตุผลเพราะว่า เขาอยากเห็นว่าท่านหญิงเพียวเมี้ยวจะใช้ตราประทับดอกบัวนิรันดร์ในการช่วยเอาปีศาจออกจากตัว หยวน รู่ว ได้หรือไม่
เวลาได้ผ่านล่วงเลยไปหลายวัน ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ที่ไปช่วย ท่านหญิง เพียวเมี้ยว ก็ปรากฏขึ้นต่อสายตาของชูเฟิง 



     “ผู้อาวุโส ฉิวชุ่ย หยวน รู่วเป็นไงบ้าง” ชูเฟิง ถามขึ้นทันที



      “โห้.” เมื่อเห็นท่าทางของชูเฟิง ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นห่วงนางถึงขนาดนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเจ้าทั้ง2คงจะดีมากอย่างนั้นสินะ”



     “เอ๋…!” ชูเฟิงนั้นผงะไปชั่วครู่และส่ายหน้าจากนั้นก็พูดว่า “ไม่ๆ ความสัมพันธ์ของข้าและนางนั้นไม่ค่อยดีนัก แต่ที่นางเป็นเช่นนั้นก็เพราะข้า หากข้าไม่ช่วยนาง ข้านั้นคงไม่อาจสงบใจได้.”



      “ไม่ต้องกังวลไป ตราประทับดอกบัวนิรันดร์ ได้ผนึกมันไว้แล้ว แม้ว่าปีศาจตนนั้นแข็งแกร่งมาก แต่มันก็ถูกผนึกอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นตอนนี้เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องของนาง เพราะนางยังได้รับพลังของปีศาจนั่นมาด้วย”



      “พลังนั่นไม่ธรรมดาเลย มันอาจพูดได้ว่าแข็งแกร่งไม่แพ้พลังของกายศักดิ์สิทธิ์ ในอนาคตของนางนั้นไม่สามารถคาดเดาได้ และนางก็อาจจะเหนือกว่า มู่หรง ซุน ในวันใดวันหนึ่ง.” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน พูดขึ้น



      “อย่างไรก็ตาม ชูเฟิง นางนั้นดูเหมือนจะไม่ต้องการพบหน้าเจ้า,” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม



ชูเฟิง ไม่ได้ต้องการให้ หยวน รู่ว มาพบเขา หลังจากได้ยินว่า นางสบายดีแล้ว และได้รับพลังมา ชูเฟิงก็รู้สึกยินดีกับนางด้วย 



เมื่อเห็นท่าทางโล่งใจของชูเฟิง ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ก็ยิ้ม นางคิดว่าดีแล้วที่เขาไม่เพียงมีแต่ความสามารถที่โดดเด่น แต่ยังมีความอ่อนโยนอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงสามารถข้ามผ่านคนในรุ่นเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น เธอจึง พูดกับชูเฟิงว่า, “ชูเฟิง ดินแดนประทับนิรันดร์ก็ปิดม่านลงแล้ว พวกเราก็จะไปจากที่นี่อีกไม่นานนี้ เจ้าจะทำอะไรต่ออย่างนั้นหรือ”



     “ผู้อาวุโส ฉิวชุ่ย ท่านรู้จัก ฟู่ เหลียนเซิน 1 ใน 4 ปราการพิทักษ์ของพรรคมารทลายราตรีหรือไม่,” ชูเฟิงถาม

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////