วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 703 - รอคอยมานาน


      “ฟู่ เหลียนเซิน” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ส่ายหน้าเมื่อได้ยินชูเฟิงพูด จากนั้นเธอก็พูดว่า, “ข้านั้น รู้จักคนจากพรรคมารทะลายราตรีไม่กี่คนเท่านั้น นอกจากนี้ หลังจากพรรคแตกกระจาย ร่องรอยของพวกเขาก็หายไปโดยเฉพาะ 4 ปราการพิทักษ์กฏ ราวกับพวกเขาได้หายไปจากโลกนี้ "



      “อย่างไรก็ตาม ข้าได้ยินมาว่า มีผู้สืบทอดของ 4 ปราการฯ นั้นปรากฏตัวขึ้น นอกจากนี้ พวกเขาจะเข้าร่วมงานที่ หุบเขาคนโฉด ในอีก2เดือน.”



      “ผู้สืบทอดของ 4 ปราการฯ อย่างนั้นหรือ” ชูเฟิงนั้นตกใจอย่างมากเมื่อได้ยิน



     “พูดให้ถูกก็คือ ผู้สืบทอด 3 ใน 4 แต่ไม่มีใครรู้เรื่องพวกเขามากนัก.” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่า ชูเฟิง ที่เป็นศิษย์ ของฉิว ซานเฟิง นั้นไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้เลย



     “ข้านั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก่อนหน้านี้ข้านั้นอยู่แต่ทวีปเก้าอาณาจักรเท่านั้น และหลังจากมาที่แห่งนี้ข้าก็มาตามหาท่านทันที ข้าจึงรู้เรื่องเกี่ยวกับ ภูมิภาคทะเลตะวันออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”



     “ไม่ต้องพูดถึงการประลอง ข้านั้นไม่รู้เลยว่าใครบ้างที่เป็นผู้ทืบทอด ของ 3 ปราการฯที่เหลือ,” ชูเฟิง พูด



     “จะโทษเจ้าก็ไม่ได้หรอก แม้ว่า 4 ปราการฯนั้นจะแข็งแกร่ง พวกเขานั้นก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนัก อาจจะพูดได้ว่า อาจารย์เจ้านั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับปราการฯคนที่เหลือเลยแม้แต่น้อย เขาจึงไม่ได้บอกเจ้าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาหรือเรื่องศิษย์ของพวกเขา”



     “แต่ตอนนี้ เจ้านั้นต้องการพบ ฟู่ เหลียนเซิน ไม่ว่าข่าวนี้จะจริงหรือเท็จ ข้ารู้สึกว่าเจ้าต้องลองไปที่หุบเขาคนโฉด ถ้าเจ้าพบ ศิษย์ของเขา เจ้าก็จะได้รู้ว่าเขานั้นอยู่ที่ใด” ฉิวชุ่ย ฟู่หยานพูด.



     “อืม ข้าต้องขอบคุณสำหรับคำแนะนำของท่านมากจริงๆ อาวุโสฉิวชุ่ย มันเป็นข่าวที่สำคัญกับข้ามากจริงๆ.”



ชูเฟิง พยักหน้า เพราะ ฟู่ เหลียนเซินนั้นเป็นคนสำคัญที่จะช่วย อาจารย์ของเข้าที่ถูกจับไว้ในสุสานจักรพรรดิ และในทางกลับกันเขาอาจจะช่วยชูเฟิงในการเพิ่มระดับของชูเฟิง เพื่อช่วยจื่อ หลิงด้วย



ดังนั้น ภารกิจที่สำคัญที่สุดของเขาตอนนี้คือ ตามหา ฟู่ เหลียนเซิน ไม่ว่าเรื่องการประลองที่หุบเขาคนโฉดนั้นจะจริงหรือเท็จเขาก็จะลองไปดู



      “ชูเฟิงการกระทำของเจ้าที่นี่ นั้นต้องสายตาของคนทุกที่ ในไม่ช้านาม หวู่ฉิง จะถูกลือ ไปทั่ว ภูมิภาคทะเลตะวันออก”.



     “อย่างไรก็ตาม โลกนี้นั้นใหญ่มาก และมีคนอยู่ทุกประเภท และ เมื่อเขาได้ยินเรื่องของเจ้านั้น ย่อมต้องมีคนที่เข้ามาตีสนิทเพื่อที่จะแย่งชิงสิ่งล้ำค่าของเจ้าอย่างแน่นอน”



     “เจ้าสามารถใช้ หน้ากากของเจ้า และ เปลี่ยนชื่อให้ หวู่ฉิง นั้นหายไปจากโลกนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อเจ้า แต่อย่างไรก็ตามการหนีจากอันตรายนั้นไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด คนเราจะสามารถโตขึ้นได้ในเวลาคับขัน” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน พูด



     “ผู้อาวุโส ฉิวชุ่ย ไม่ใช่ว่าข้าชูเฟิงนั้นไม่กล้าเผชิญ หน้ากับคนอื่นๆ หรือหวั่นเกรงอันตราย แต่ข้านั้นมีสหายที่สำคัญมากอยู่ที่ สำนักสี่คาบสมุทร”



     “ข้าไม่ต้องการให้สหายของข้าต้องมาเดือดร้อนเพราะข้า นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าต้องใช้ชื่อปลอม เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึงข้าจะประกาศให้โลกได้รับรู้ถึงตัวตนข้า เมื่อข้ามั่นใจว่าไม่มีใครทำอันตรายต่อพวกเขาได้"



      “สำหรับอันตรายพวกนั้น ข้าคิดว่ามันคงจะไร้ประโยชน์ถ้าข้าปิดบังตัวเอง ข้านั้นจะใช้ใบหน้าของหวู่ฉิง แม้ว่าระดับของข้าจะต่ำแต่ใช่ว่าใครจะเอาชนะข้าได้ง่ายๆ,” ชูเฟิง พูด



     “มันก็คงจะเป็นเช่นนั้น ดูเหมือนว่าข้าจะมองเจ้าผิดไป ที่ข้าบอกเจ้านั้นข้าไม่ได้หมายความว่าให้เจ้าใช้แรงเข้าปะทะกับแรง เพราะการทำอย่างนั้นมันก็เหมือนกับการ ฆ่าตัวตาย " 



     “ที่ข้าหมายถึงการให้เจ้าเรียนรู้วิธีเผชิญหน้ากับอันตราย เมื่อเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่สามารถกำจัดได้ เมื่อเจ้าสมควรหนี เจ้าก็ต้องหนี ทุกคนนั้นควรจะเป็นเหมือนกับคันธนู ที่สามารถโอนอ่อนและแข็งกร้าวได้ แต่ดูเหมือนว่าข้าไม่จำเป็นต้องบอกเจ้าแล้วสินะ.”



ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน พูดขึ้น นางนั้นต้องการสอนชูเฟิง แต่นางไม่คิดว่าเขานั้นจะมีปัญหาที่ซ่อนไว้ นั่นทำให้นางรู้สึกอายเล็กน้อย แต่ การกระทำของนางทำให้ชูเฟิงรู้สึกประหลาดใจมาก



ธิดาศักดิ์สิทธิ์ แห่ง วิหารเพลิงผลาญสวรรค์ ที่เคยเป็นสาวงามที่สุดใน ภูมิภาคทะเลตะวันออกนั้น ได้เข้ามากระซิบข้างหูชูเฟิงและพูดบางอย่าง



เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ท่าทางของชูเฟิงก็ต้องเปลี่ยนจากนั้นเขาก็พูดว่า, “ขอบพระคุณอย่างยิ่ง ท่านอาวุโส ฉิวชุ่ย.”



ในวันนั้น ที่ชูเฟิงเลือกที่ออกจากหุบเขาสายหมอก และ ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน เลือกที่จะอยู่ต่ออีกหน่อย.



ด้านนอกหุบเขาสายหมอก มี ชุน หวู, ฉิว ชือ, เจียง ว่านชือ และ ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน มาเพื่อที่จะส่งเขา



สำหรับ ชุน หวูนั้น ดวงตาของเธอก็เต็มไปด้วยความเศร้าเล็กน้อย เมื่อมองมาที่ชูเฟิง ถ้าไม่ใช่เพราะ ท่านหญิงเพียวเมี้ยว ห้ามเธอออกจากหุบเขาสายหมอก เธอก็คงตามชูเฟิงไป



      “ศิษย์พี่ ชุน หวู ศิษย์พี่ ฉิว ชือ, หยวน รู่ว คือสหายของข้า ตอนนี้นางได้มาเป็นศิษย์ของ ท่านหญิง เพียวเมี้ยวแล้ว ดังนั้น ข้าหวังว่าท่านจะดูแลนาง.” ก่อนที่จะออกชูเฟิงก็พูดกับ ชุน หวู และ ฉิว ชือ



จากที่เขาได้รู้ว่า หยวน รู่ว นั้นเป็นคนขี้อายเล็กน้อย นางมักจะทำตัวตามคำพูดของศิษย์พี่หรือผู้อาวุโสทั้งหมด ชูเฟิงกลัวว่านางจะถูก เซี้ยะ หยู และ ตง เซวีย ข่มเหง 



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ไม่ต้องกังวล ข้ากับศิษย์พี่ฉิว ชือ จะไม่ให้ใครแตะต้อง น้อง หยวน แน่นอน,”ชุน หวู พูดขึ้น



     “ถูกต้อง พวกเราจะดูแลน้อง หยวน อย่างดี,” ฉิว ชือ พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม



      “ข้าสร้างปัญหาให้พวกท่านทั้ง 2 แล้ว ต้องขออภัยจริงๆ.”



เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิงก็ยิ้มออกมา ชุน หวูนั้นมักจะรักษาคำพูดเสมอ ดังนั้นเขาจึงเชื่อใจได้ ชูเฟิงตอนนั้นไม่พูดออกอะไรมา ท้ายที่สุดเขาก็ออกจาก หุบเขาสายหมอก และบินตรงไปที่จุดเคลื่อนย้ายทันที



ในตอนนั้น แม้ว่าเขาจะออกมาจาก หุบเขาสายหมอกแล้ว ก็มีร่างๆหนึ่งที่มีที่งดงามเปร่งประกายราวกับหยกที่ชูเฟิงแสนจะคุ้นเคย มองมายังทิศทางของชูเฟิง 



หญิงสาวมีรูปลักษณ์ที่ไม่ด้อยกว่าชุน หวู หรือคนอื่นๆ นอกจากนี้ เธอยังดูพิเศษอย่างมาก อีกทั้งยังมีความแปลกประหลาด เพราะพลังของเธอนั้นแข็งแกร่งมาก ราวกับไม่ใช่มนุษย์ แน่นอนว่าเธอคนนั้น คือ หยวน รู่ว ที่ได้รับพลังปีศาจมา



อารมณ์ของเธอนั้นซับซ้อนมาก เมื่อมองไปที่ชูเฟิงที่บินไปสุดลูกหูลูกตาแล้ว เธอก็พูดขึ้นเบาๆว่า “ ขอบคุณนะ! ”



แม้ว่าพื้นที่ของหุบเขาสายหมอกนั้นจะใหญ่มากแต่ก็มีคนอยู่เพียงเฉพาะส่วนที่เป็นยอดเขา ดังนั้น พื้นที่ตรงส่วนสันเขานั้น เป็นพื้นที่ว่างเปล่า



โดยเฉพาะ เมื่อดินแดนประทับนิรันดร์จบลง นอกเหนือจากชูเฟิง และ ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน คนอื่นๆก็ได้ออกไปหมดแล้ว จึงทำให้พื้นที่รอบหุบเขาสายหมอก ดูสงบสุข แต่มันก็แปลกประหลาดอยู่บ้าง



ทางออกมีแค่ผ่านจุดเคลื่อนย้ายเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อเขาออกมานั้นเขาก็มาโผล่ที่ที่ทำเขารู้สึกขนลุก และต่อจากนั้น ก็ปรากฏร่างของคนในวัยชรา 4 คน ปิดทางหนี ของชูเฟิงไว้.



อายุของทั้ง 4 นั้นสูงมากอาจสูงกว่า 100 ปีด้วยซ้ำ และระดับการบ่มเพาะของพวกเขาทั้งหมดนั้นอยู่ในระดับจ้าวสงคราม



ชูเฟิงนั้นเหมือนเคยเห็นพวกเขาในหุบเขาสายหมอกอย่างไรก็ตามเขาไม่รู้ชื่อของพวกนั้น เขารู้แค่ว่าผู้อาวุโสเหล่านี้เป็นคนดังในพื้นที่ที่หนึ่ง



อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้น เมื่อทั้ง 4 มองมาที่ชูเฟิง 1 ในนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า, “สหาย หวู่ฉิง ในที่สุดเจ้าก็มา พวกข้ารอเจ้ามานานแล้ว!”

ReaDMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////