วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 704 – ฆ่าสามคน เพื่อเตือนคนอื่นๆ


     ในขณะนั้น ชูเฟิง รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เขาไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง พร้อมกล่าวออกมาอย่างเย็นชาว่า “ผู้อาวุโส มีธุระอะไรกับข้าเช่นนั้นรึ !!”



     “อ่า ก็ไม่มีอะไรมาก ข้าเพียงต้องการให้เจ้าไปกับพวกเราเท่านั้น !!” หนึ่งในผู้อาวุโสกล่าวออกมาด้วยแววตาดุร้าย



     “มีอะไร ท่านก็พูดมาเลย !!” ชูเฟิง กล่าวตอบ



     “หวู่ฉิง ในเร็วๆ นี้ที่ดินแดนตราประทับนิรันดร์ เจ้าได้รวบรวมวิญญาณตราประทับได้หกพันดวง แน่นอนว่าเจ้าคงจะแลกได้ทักษะที่สุดยอดมาแน่นอน !!”



     “เท่าที่พวกข้ารู้มานั้น ทักษะที่ได้รับจากดินแดนตราประทับนิรันดร์ จะผูกพันธ์โดยตรงกับผู้ที่ได้รับมัน และเขาเหล่านั้นจะไม่สามารถบอกออกมาเป็นคำพูดได้ มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะสามารถฝึกฝนมันได้”



     “ยังไงก็ตาม ทักษะที่ได้มาจากดินแดนตราประทับนิรันดร์จะต้องยอดเยี่ยมแน่นอน แต่ก็น่าเสียดายหากเจ้าได้มันไป พวกเราสี่คนจึงจะมาช่วยเจ้าดูว่าจะสามารถเอามันออกมาจากสมองของเจ้าได้หรือไม่ !!” ชายชรากล่าวพลางยิ้มบางๆ



     “เดี๋ยวก่อนนะ พวกท่านคิดว่าข้าโง่เช่นนั้นรึ !! หากต้องการจะฆ่าข้าและชิงทักษะไปก็พูดมาตรงๆ เลย !! เป็นถึงผู้อาวุโสแต่กลับทำตัวไร้ยางอาย !! พวกท่านมีอายุมาถึงปูนนี้ แต่กลับไม่มียางอายเลยแม้แต่น้อย !!” ชูเฟิง กล่าวอย่างเหยียดหยัน ไม่เพียงแต่เขาจะไม่กลัวเท่านั้น แต่เขายังสบถคำดูถูกออกไป



     “เจ้าเด็กปากเสีย !! เจ้าจงพูดในสิ่งที่เจ้าอยากจะพูดไปเถอะ ก่อนที่เจ้าจะไม่ได้พูด !!”



     ในขณะที่ ชายชรากล่าวออกมา เขาก็ทะยานตัวขึ้นไปในอากาศ และอีกสามคนก็ได้เข้ามาล้อมทางหนีของ ชูเฟิง เอาไว้ อีกทั้งพวกเขาทั้งสี่ยังวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณเอาไว้โดยรอบ ผู้เชี่ยวชาญขั้นจ้าวสงครามทั้งสี่คนได้ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างรุนแรง ในขณะนั้น ชูเฟิง รู้สึกกดดันอย่างมาก เขาไม่สามารถที่จะขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว



     “ที่นี่อยู่ในอาณาเขตของหุบเขาสายหมอก พวกท่านไม่กลัวว่าท่านหญิง เพียวเมี้ยว จะลงโทษเช่นนั้นรึ !!” ชูเฟิง กล่าวออกมาอย่างจริงจัง แม้ว่าเขาจะอยู่ภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย



     “ฮึ่ม !! ถูกต้อง ที่นี่คืออาณาเขตของหุบเขาสายหมอก แต่มันก็ไม่ใช่หุบเขาสายหมอก แม้ว่าท่านหญิง เพียวเมี้ยว จะเป็นผู้ปกครองสูงสุดของหุบเขาสายหมอก แต่ท่านก็ไม่สนใจต่อสถานที่บริเวณนี้หรอก แม้ว่าพวกเราจะฆ่าเจ้า และท่านหญิง เพียวเมี้ยว รู้เข้า ท่านก็จะไม่ตั้งคำถามใดๆ ต่อพวกข้า !!” ชายชรา กล่าวหลังจากถอนหายใจออกมาอย่างเย็นชา



     “ใครบอกว่าข้าจะไม่ตั้งคำถามใดๆ !?” ในขณะนั้น เสียงที่ทรงพลังก็ดังขึ้น พลันพื้นแผ่นถึงกับสั่นไหว ราวกับจะพังทลายลง



     ภายใต้แรงกดดันมหาศาลที่ส่งออกมานั้น ชายชราทั้งสี่คนพลันหน้าเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด เพราะพวกเขารับรู้ได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมา ภายใต้แรงกดดันนี้ พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก ที่สามารถหายไปได้เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น



     ***** พรึ่บ ***** 



     ในขณะนั้น บุคคลสองคนก็ปรากฏออกมาที่ด้านหน้าของ ชูเฟิง ราวกับภูติผี ทั้งสองคนนั้นคือ ท่านหญิง เพียวเมี้ยว และ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน



     ชูเฟิง คาดเอาไว้แล้วว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะต้องเกิดขึ้น เหตุผลที่เขาเลือกที่จะออกเดินทางในวันนี้ นั่นเป็นเพราะว่าท่านหญิง เพียวเมี้ยว ได้พบคนจำนวนหนึ่งเดินวนเวียนอยู่แถวๆ ประตูเคลื่อนย้าย ภายในหุบเขาสายหมอก และดูเหมือนว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลงรอคอยอะไรบางอย่างอยู่



     ดังนั้น นางจึงบอกกับ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ให้คอยระวังอันตรายต่อ ชูเฟิง ให้มากขึ้น ดังนั้น ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน จึงกล่าวกับ ชูเฟิง ว่าให้เขาออกเดินทางในวันนี้ เพราะดูเหมืนอว่าคนพวกนั้นกำลังรอเขาอยู่



     ถ้าหากมีคนที่ปองร้าย ชูเฟิง อยู่จริงๆ นั้น ท่านหญิง เพียวเมี้ยว จะฆ่าพวกเขาทันที ฆ่าหนึ่งคนเพื่อเป็นคำเตือนต่อคนอีกมากว่า ในตอนนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ ชูเฟิง ได้รับการปกป้องโดย ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน แต่ยังถูกปกป้องโดย ท่านหญิง เพียวเมี้ยว หากผู้ใดที่คิดร้ายต่อ ชูเฟิง พวกเขาควรจะต้องพิจารณาความแข็งแกร่งของตนเองเสียก่อน



     “ทะ…ทะ…ท่านหญิง เพียวเมี้ยว พวกข้ายังไม่ได้ทำอะไรผิด พวกเราแค่หยอก หวู่ฉิง เท่านั้น !!”



     แม้ว่าพวกเขาทั้งสี่คนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโส แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาเมื่อเทียบกับท่านหญิง เพียวเมี้ยว นั้น มันยังคงห่างชั้นกันอย่างมาก มันทำให้พวกเขากล่าวออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ ด้วยความหวาดกลัว



     แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงในเขตทะเลตะวันออก และมีผู้คนไม่น้อยที่นับถือพวกเขา แต่ต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามถึงชีวิต พวกเขากลับแสดงความขี้ขลาดออกมาอย่างเห็นได้ชัด



     ***** ปัง ปัง ปัง *****


     ทันใดนั้น ท่านหญิง เพียวเมี้ยว เพียงสะบัดมือเบาๆ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสสามคนก็กลายเป็นละอองเลือดฟุ้งกระจายไปในอากาศ ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวที่บ่งบอกถึงตัวตนของพวกเขา เหลือไว้เพียงถุงจักรวาลเท่านั้น



     “ชูเฟิง เร็วเข้า !! รีบดูดซับแหล่งพลังงานของพวกเขาเร็ว !!แม้ว่าร่างกายของพวกเขาจะสลายไปแล้ว แต่แหล่งพลังงานของพวกเขายังคงอยู่ เร็วเข้า !! แหล่งพลังงานขั้นจ้าวสงครามทั้งสามจะเป็นอาหารเสริมชั้นดีของข้าแน่นอน !!” ต้านต้าน กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น ภายในโลกวิญญาณนั้น นางสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้เชี่ยวชาญอาวุโสทั้งสามคนถูกฆ่า และสิ่งแรกที่นางคิดก็คือ แหล่งพลังงาน



     ***** ฝุ่บ *****



     อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ ชูเฟิง จะได้เคลื่อนไหวนั้น ละอองเลือดของทั้งสามคนก็ได้พุ่งเข้าสู่ร่างกายของท่านหญิง เพียวเมี้ยว อย่างรวดเร็ว แหล่งพลังงานของพวกเขาสามคนถูกดูดซับไปโดยนางจนหมดสิ้น



     “บ้าเอ๊ย !! เราช้าเกินไป!! เจ้าสุนัขเทพธิดาดูดซับแหล่งพลังวิญญาณไปจนหมดแล้ว !! ไม่เพียงแต่แหล่งพลังงานเท่านั้น นางยังดูดซับร่างกายของพวกนั้นไปอีก!! น่ารังเกียจจริงๆ!! จากที่ข้าเห็นนี่มันไม่ใช่เทพธิดา แต่เป็น นางปิศาจ !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ต้านต้าน สบถไฟแล่บออกมา พร้อมกับกัดฟันแน่นด้วยความกราดเกรี้ยว หากเป็นไปได้ นางคงจะออกมาฉีกท่านหญิง เพียวเมี้ยวออกเป็นชิ้นๆ อย่างบ้าคลั่งแน่นอน



     “โปรดเมตตา โปรดเมตตา !!” ในขณะนั้น ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสที่เหลืออีกคนหนึ่งใบหน้าซีดจนเป็นสีเหลือง หลังจากเห็นการกระทำของท่านหญิง เพียวเมี้ยว มันทำให้เขาคิดว่าเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน



     อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ท่านหญิง เพียวเมี้ยว ไม่ได้ฆ่าเขา นางกลับกล่าวออกมาอย่างเย็นชาว่า “ไปซะ !! หากเจ้ายังกล้าทำเช่นนี้ในหุบเขาสายหมอกของข้า ข้าจะฆ่าทุกชีวิตในนิกายของเจ้า และทำลายสุสานบรรพบุรุษพันปีของเจ้า !!”



     “ขอบพระคุณท่านหญิงที่เมตตา ขอบพระคุณท่านหญิงที่เมตตา !!”



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น ขณะที่เขาลอยอยู่ในอากาศ เขารีบโค้งคำนับ แม้ว่าเขาจะเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญอาวุโส แต่กลับขี้ขลาดอย่างมาก



     เขาไม่กล้าที่จะรอช้า เขารีบหันหลังกลับไปและเตรียมที่จะหนี



     “เดี๋ยวก่อน !!” ในขณะนั้น ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “แม้ว่านางจะไม่ลดตัวไปฆ่าเจ้า แต่ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าไปง่ายๆได่แบบนี้ เพราะพวกเจ้าคิดร้ายต่อ หวู่ฉิง !!”



     ***** พรึ่บ *****



     ในขณะที่ ฉิวซุ่ย ฟู่หยานกล่าวนั้น นางก็เคลื่อนตัวไปยังชายชราคนนั้น นางใช้ฝ่ามือที่งดงามราวกับหยกของนางซัดไปที่ แขนขาของชายชราคนน้นจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี



     “อึ้ก !!” ความเจ็บปวดจากการถูกทำลายแขนขานั้น ทำให้เขากัดฟันแน่น เพื่อต้านความเจ็บปวด เหงื่อเย็นอาบชโลมไปทั่วใบหน้าของเขา ด้วยความที่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญอาวุโส มันทำให้เขาไม่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขากลับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อมว่า “ข้าจะตอบแทนท่านสำหรับความเมตตา !!”



     “หากเจ้าจะไป จงทิ้งถุงจักรวาลเอาไว้ !!” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าวอีกครั้ง



     เขาขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวเหล่านั้น ในตอนแรกนั้น เขาคิดว่าเขาจะสามารถออกได้อย่างปลอดภัยหลังจากถูกทำให้พิการ แต่ในตอนนี้ นางกลับเรียกร้องเอาถุงจักรวาลของเขาอีก เขาไม่ประสบผลสำเร็จในการชิงทักษะจาก ชูเฟิง แต่ตอนนี้ยังเสียสมบัติของตัวเองไปอีก มันทำให้เขาหดหู่อย่างมาก



     และยิ่งเมื่อเขานึกถึงสภาพของสหายทั้งสามคนก่อนหน้านี้ เขาจึงไม่รอช้า รีบส่งถุงจักรวาลของตัวเองไปให้ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ด้วยความอ่อนน้อม



     “ไปซะ !!” หลังจากได้รับถุงจกรวาลและตรวจสอบแล้วนั้น ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ก็กล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นชา



     ชายชราผู้นั้นอดรู้สึกดีใจไม่ได้ เพราะในที่สุดเขาก็รอดชีวิตออกไป เขาไม่รอช้ารีบมุ่งตรงไปยัง ประตูเคลื่อนย้ายโบราณอย่างรวดเร็ว



     อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะได้เข้าไปยังประตูเคลื่อนย้ายนั้น คำกล่าวของ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ได้ทำให้ความหวังของเขาพังทลายลง



     “เจ้าจงอย่าได้รักษาแขนขาของเจ้า จงใช้ชีวิตที่เหลือของเจ้าด้วยรูปลักษณ์เช่นนี้ !! หากวันใดที่ข้าพบเจ้าอีกครั้ง และพบว่าเจ้าไม่ทำตามที่ข้าสั่ง ข้าจะทำลายแขนขาของเจ้า และส่งเจ้าลงไปในบ่ออุจจาระ !!”

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////