วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 705 - ท่านแม่


ในตอนนั้น ชายชราก็รู้สึกขมขื่นอย่างมาก เพราะความแข็งแกร่งของฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ทำให้เขาไม่กล้าขัดขืน



เขารู้ว่าชีวิตที่มีแขนและขาข้างเดียวนั้นน่าอับอายเพียงใด เพราะผู้คนนั้นจะคอยถามว่าแขนและขาไปไหน ทำไมไม่ยอมรักษามัน



มันก็เป็นดังที่กล่าวว่า ตายเสียดีกว่ามีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าเขาต้องการจะโทษอะไรเขาก็ได้แต่โทษตัวเอง ที่ปล่อยให้ความโลภครอบงำจิตใจ นี่ถือเป็นบทลงโทษที่คู่ควรกับเขาแล้ว



      “ปล่อยเขาไปเช่นนี้อย่างนั้นหรือ เขาสมควรถูกฆ่า และมาเป็นแหล่งพลังงานให้ข้า,” ต้านต้าน พูดเมื่อเห็นชายชราเดินเข้าไปยังจุดเคลื่อนย้าย



      “ข้าเดาว่า ที่นางปล่อยให้รอดไปคนหนึ่งเพื่อต้องการให้โลกรู้ว่าเป็นเช่นใดหากคิดจะแตะต้องข้าเช่นนี้ ” ชูเฟิงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม



      “ถ้าอย่างนั้นนางฆ่าเขาไป แล้วปล่อยให้ เพียวเมี้ยวกระจายข่าวไม่ดีกว่าอย่างนั้นหรือ เพราะเช่นนี้ก็เหมือนกับการแสดงพลังของตนออกไปหลังจากฆ่าเขาไปแล้วก็ไม่มีใครรู้ถึงพลังของนาง น่าจะดีกว่า”ต้านต้านพูด.



     “ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร ข้ามั่นใจว่ามันก็เป็นบทเรียนที่เหมาะสม เพราะเขาไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนกับคนปกติแล้ว เพราะถ้ามีใครรู้เรื่องนี้หรือแม้แต่จะเป็นพรรคหรือสำนักของเขาย่อมไม่เอาเขาไว้แน่นอน ใช่หรือไม่” ชูเฟิง ยิ้มแล้วพูด เพราะในอนาคต ชายชราคนนั้นย่อมถูกทิ้ง โดยตระกูล หรือสำนัก และแม้แต่คนทั้งโลกก็ดูถูกเขา



     “หวู่ฉิง รับนี่ไว้.” ในตอนนั้น ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ก็สะบัดมือและโยนถุงจักรวาลให้ชูเฟิง



     “ขอบคุณมาก ท่านอาวุโสฉิวชุ่ย.” ชูเฟิงรู้สึกดีใจมาก เมื่อได้รับถุงจักรวาลมา เขารู้ว่าในนั้นย่อมมี ลูกแก้วสวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วนและยอดยุทธภัณฑ์อีกด้วย และอาจจะมี จ้าวโอสถทิพย์ ระดับต่ำหรือกลาง อยู่อีกด้วย



มันคงจะดีถ้าโชคถ้ามี จ้าวโอสถทิพย์ระดับสูงอยู่ แม้ผลของมันจะไม่ดีเท่าเห็ดนิรันดร์แห่งการทำลาย แต่มันก็ยังเป็นจ้าวโอสถทิพย์ระดับสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามาก มันสามารถเปลี่ยนให้คนคนนึงกลายเป็นคนที่มีฐานะได้เลย



      “เอานี่ไปอีก 3.” ในตอนนั้นเกิดแสงพุ่งออกมาจากมือ ท่านหญิงเพียวเมี้ยว พุ่งสู่ฝ่ามือของชูเฟิง



     “ข้าขอขอบคุณท่านอย่างมาก อาวุโสเพียวเมี้ยว.” ในตอนนั้น ชูเฟิงก็มีความสุขอย่างมาก เพราะที่พุ่งออกมานั้น ไม่ได้มีแค่ถุงจักรวาล 3 อัน แต่ยังมีป้ายสายหมอกอีกด้วย



หลังจากสิ้นสุด งานดินแดนประทับนิรันดร์ ใครก็ตามที่ได้รับป้ายสายหมอกต้องคืนมันทั้งหมด แม้แต่ชูเฟิงก็ไม่ยกเว้น



เมื่อท่านหญิง เพียวเมี้ยว ให้ป้ายชูเฟิงอีกครั้ง นั่นหมายความว่า นางเห็นว่าชูเฟิงเป็นคนสำคัญจึงยอมรับให้เขาเข้าออกหุบเขาสายหมอกได้ตามที่ต้องการ



      “ข้าเคยได้ยินมาจาก ฟู่หยาน ว่า เจ้ามีธุระ จึงไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ แต่ถ้าในอนาคตเจ้าพอมีเวลาบ้าง หุบเขาสายหมอกของข้ายินดีต้อนรับเจ้าทุกเวลา,” ท่านหญิง เพียวเมี้ยว พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ที่ยากจะปรากฏ



      “ท่านผู้อาวุโสทั้ง 2 ถ้าเช่นนั้น ข้าชูเฟิง ขอตัวลา.” ในตอนนั้น ชูเฟิงก็ได้พูดชื่อจริงๆออกมา



ท่านหญิง เพียวเมี้ยว ก็ยังใจเย็น เมื่อได้ยินว่า ชูเฟิง เพราะนางรู้ว่า หวู่ฉิง นั้นเป็นชื่อปลอม และชื่อจริงๆนั้นคือชูเฟิง



หลังจากชูเฟิง จากไป ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ก็เอาผ้าคลุมหน้าออก แสดงให้เห็นถึงหน้าตาที่งดงาม แม้ว่าอายุของเธอใกล้จะ 40 แล้ว แต่ก็ยังดูเหมือนสาววัยเยาว์อยู่



มันอาจบอกได้ว่า ตำแหน่งยอดหญิงงามของภูมิภาคทะเลตะวันออกนั้น ไม่ควรจะเป็นของหยา เฟย หรือ ฉิว ชือ แต่สมควรเป็นของฉิวชุ่ย ฟู่หยาน และด้วยความงามนั้นทำให้ ท่านหญิงเพียวเมี้ยว ที่หน้าตาธรรมดา นั้น ดูน่าเกลียดไปเลย



     “ท่านแม่ ดูเหมือนว่าท่านจะประเมินเขาไว้สูงเลยนะ ข้าไม่เคยเห็นท่านอนุญาตให้ใครเข้าหุบเขาสายหมอกง่ายๆมาก่อน แม้กระทั่ง มู่หรง ซุน กับ ฮวางฟู่ ฮ่าวเยว้ .” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน พูด แท้จริงแล้ว นางเป็นลูกของผู้อาวุโสเพียวเมี้ยว



      “มู่หรง ซุน นั้นเป็นคนจากหมู่เกาะประหาร ทำไมข้าถึงต้องให้ป้ายสายหมอก และอีกทั้ง ฮวางฝู่ ฮ่าวเยว่ นั้น ก็แค่เป็นคนที่เหนือคนธรรมดาเล็กน้อย เขาก็ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอเช่นกัน " 



      “แต่ว่า ชูเฟิงนั้นแตกต่างออกไป เขานั้นสามารถหนีรอดจากความตายที่อยู่ในดินแดนประทับนิรันดร์และสามารถจับวิญญาณตราประทับได้ 6000 ดวง จากที่ข้าคิด เขาคงได้รับอะไรการยอมรับจากดินแดนประทับนิรันดร์อีกด้วย,” ท่านหญิง เพียวเมี้ยว พูดขึ้น



     “ยอมรับอย่างนั้นหรือ ท่านแม่ ท่านอย่าบอกนะว่าท่านพูดถึงปีศาจที่ผนึกในหุบเขาสายหมอก หรือ เจ้าของหุบเขาสายหมอก” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน พูด



     “ข้านั้นปกป้องที่นี้มากว่า 1000 ปี ข้ารู้ว่า ดินแดนประทับนิรันดร์นั้นคือใจกลางของ หุบเขาสายหมอกและนั่นช่างไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง และมีบางอย่างในนั้นที่คอยควบคุมหุบเขาสายหมอกอยู่”



     “แต่ไม่ว่าข้าจะลองสื่อสารเท่าไหร่ มันก็ไร้ประโยชน์ มันไม่ใช่ว่าข้าไม่สามารถส่งสารไปหามันได้แต่เป็น มันไม่สนข้าเลย”



      “แม้ว่าข้าจะได้รับผลประโยชน์อย่างมากเมื่อปกป้องที่นี่ แต่นามผู้พิทักษ์ก็แค่นามธรรมไม่มีอะไรวิเศษเลย”



      “แต่ในตอนนี้ หมู่เกาะประหารนั้น ทรงอำนาจยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น ถ้าวันหนึ่งพวกเขามาโจมตีหุบเขาสายหมอก ข้าคิดว่าสิ่งลึกลับนั้นก็ไม่ช่วยพวกข้าอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดข้าก็ต้องเสียหุบเขาสายหมอกไป "



      “แต่เจ้าเด็กที่ชื่อชูเฟิง .. ถ้าเขาถูกยอมรับจากสิ่งนั้นจริงๆ บางทีเขาอาจจะช่วยข้าได้,” ท่านหญิง เพียวเมี้ยว พูดขึ้น



      “ถ้าอย่างนั้น ท่านก็จะไม่สามารถออกมาเพื่อปกป้องชูเฟิงได้ และทำได้แต่ดูเขาโตขึ้น ท่านต้องการให้ข้าปกป้องเขาจากเงามืดหรือไม่ ” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน พูดขึ้น



     “ไม่จำเป็น ถ้าเขาได้รับการยอมรับจากสิ่งนั้นจริงๆ ข้าคิดว่าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเรา มันคงจะดีถ้าปล่อยให้เขาเติบโตขึ้นด้วยตัวเอง.”



ท่านหญิง เพียวเมี้ยวสายหน้า และถามไปว่า “ฟู่หยาน .. เจ้าอย่าพึ่งจากไปและอยู่ต่ออีกหน่อยได้หรือไม่ หลังจากนี้ไม่ช้าก็เร็ว หุบเขาสายหมอกจะเป็นของเจ้า.”



     “ข้าทำไม่ได้ท่านแม่ ข้าคิดว่า ผาคนรักนั้นเหมาะกับข้า นอกจากนี้ ไม่ใช่ว่าท่านมี สาวงาม 4 ฤดู และ หยวน รู่ว หรือ ในตอนนี้ข้าคิดว่ามันคงจะดีถ้าผู้สืบทอดจะเป็นพวกนาง.” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ส่ายหน้า



ท่านหญิง เพียวเมี้ยว ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ เจ้ายังโกรธข้าที่ข้าไม่ยอมให้เจ้าไปยังเส้นทางสวรรค์พร้อมกับวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ใช่หรือไม่”



ในตอนนั้น ร่างของฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ก็สั่นเบาๆ จากนั้นเธอก็พูดว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าท่านไม่ห้ามข้า ข้าคงตายไปแล้ว.”

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////