วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 706 - ตระกูลหลี่เกิดเรื่อง


ก่อนที่ชูเฟิง จะเข้าจุดเคลื่อนย้าย เขาก็กำหนดจุดหมายไว้ชัดเจนแล้ว



เหลือเวลาอีก 2 เดือน ก่อนจะถึงงานประลองที่ หุบเขาคนโฉด ดังนั้นชูเฟิง จึงมุ่งหน้าไปยังสำนักสี่สมุทร เพื่อไปพบพรรคพวกก่อน



หลังจากนำเห็ดนิรันดร์ฯไปให้พวกเขา ระดับของพวกเขาคงจะเพิ่มอย่างมาก ถึงแม้ว่าทั้ง 4 จะตามเขาไม่ทันแต่มันก็ช่วยให้ชีวิตใน สำนักสี่สมุทรดีขึ้น



แต่ก่อนหน้านั้น ชูเฟิงมีที่อื่นที่จะไปก่อน มันคือ หุบเขาเขี้ยวหมาป่า ที่ตั้งของตระกูลหลี่ เพราะชูเฟิงเคยบอกหลี่ ชาน ไว้ว่า เขาจะขอไข่น้ำแข็งไปก่อนและจะหาของที่มีค่าพอพอกันมาคืนให้ในอนาคต



อย่างไรก็ตาม เห็ดนิรันดร์นั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่า ไข่น้ำแข็งนั่นเลย และบางทีอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้น ชูเฟิงจึงตัดสินใจนำไปให้นาง



หลังจากเดินทางอย่างเร่งรีบ ชูเฟิงก็มาถึง ภูเขาเขี้ยมหมาป่า เขานั้นเดินบนอากาศเหนือก้อนเมฆด้วยความเร็วที่สูงมาก



แต่ก่อนที่จะไปถึง ที่ตั้งของตระกูลหลี่ ชูเฟิงก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างล่าง เมื่อมองลงไป ก็พบว่ามีกลุ่มคนจำนวนมากล้อมรอบอยู่ตรงพื้นที่กว้างนอกตระกูลหลี่



     “ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น! ”



ชูเฟิงพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่มานั้นไม่ได้มาจากตระกูลหลี่ ทั้งหมด จึงคิดว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับตระกูลหลี่แล้ว



เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ชูเฟิงจึงไม่ปรากฏตัวในฐานาหวู่ฉิง เขาจึงใส่หมวกทรงกรวยและปิดบัง กลิ่นอายของเขา จากนั้นก็บินลงมา และ ลงที่พื้นที่กว้าง หลังจากลงมาชูเฟิงก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ 



ในพื้นที่กว้างที่มีคนรวมตัวกัน ตรงกลาง มีบางอย่างปรากฏขึ้น



ชูเฟิงพบว่า ตรงกลางนั้น มี 2 คนยืนอยู่ตรงกลาง ข้างหนึ่งเป็นคนจากตระกูลหลี่ ส่วนอีกครั้งหรือ คนที่ใส่ชุดสีเทาและดูเหมือนว่าจะเป็นคนจากนิกายหรือพรรคอะไรสักอย่าง



นอกเหนือจากนั้น ผู้คนก็ยังยืนแบ่งเป็นฝั่ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังส่งเสียงอยุ่ 



หลังจากนั้น ชูเฟิงก็พบว่า ในใจกลางนั้น เป็นลานต่อสู้ขนาดใหญ่ และบนเวที ก็มีคนที่เขาคุ้นเคยอยู่ หลี่ ชาน นั่นเอง



ส่วนคนที่ประลองด้วย เป็นชายวัยกลางคนใส่เสื้อสีเทา และถือยอดยุทธภัณฑ์ที่เป็นดาบยาวไว้ในมือ ระดับของเขาเท่ากับหลี่ชาน คือ 7 อาณาจักรสวรรค์



ในตอนนั้น ทั้ง 2 กำลังสู้กันอย่างจริงจังมาก อย่างไรก็ตาม หลี่ชาน นั้นไม่ใช่แค่อยู่ในระดับสูงสุดของระดับ 7 อาณาจักรสวรรค์ การโจมตีของเธอ ราบรื่น และเคลื่อนไหวเสียเปล่า



     “พี่ชาย เกิดอะไรขึ้นที่นี่อย่างนั้นหรือ” ชูเฟิงถาม ชายร่างยักษ์



หลังจากชูเฟิง ถาม ชายคนนั้นก็พูดว่า, “ดูเหมือนเจ้าไม่ใช่คนที่นี่สินะ”



      “แค่ผ่านมาน่ะ,” ชูเฟิงพูด พร้อมซ่อนกลิ่นอายเพื่อนไม่ให้คนอื่นๆหวาดกลัวเขา เขาถามไปด้วยวาจาสุภาพ 



      “ไม่แปลกใจ แต่ในเมื่อเจ้าไม่รู้ข้าก็จะบอกให้”



      “เจ้าเห็นนางไหม ผุ้หญิงที่อยู่ในลานนั้นชื่อ หลี่ ชาน เป็นลูกสาวของ ผู้นำตระกูลหลี่ และตระกูลหลี่นั้นคือผู้ปกครองที่แห่งนี้ ภูเขาเขี้ยวหมาป่านั้น ถูกปกครองโดยตระกูลหลี่ “



       “และคนที่ประลองกับ หลี่ ชาน คือศิษย์อันดับหนึ่งของ นิกายมงกุฏเขียว,” ชายร่างยักษ์พูด



       “นิกายมงกุฏเขียว คืออะไรหรือ” ชูเฟิงถามด้วยความสับสน ซึ่งทำให้ผู้ที่ได้ยินหันมามองชูเฟิงด้วยสายตาไม่พอใจ



       “เอ๊ะ… น้องชาย เจ้าไม่รู้จักนิกายมงกุฏเขียวอย่างนั้นหรือ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายร่างยักษ์รีบถามชูเฟิงด้วยความไม่พอใจ ในตอนนั้นชูเฟิงก็รู้ทันทว่า คนพวกนี้มาจากนิกายมงกุฏเขียว



เมื่อสายตาของคนพวกนั้นนหันกลับไปมองที่ลานประลอง ชายร่างยักษ์ก็พูดด้วยเสียงเบาๆว่า, “ความจริงแล้ว ข้าก็ไม่รู้จักมันมาก่อน” 



       “แต่ข้าได้ยินว่านิกายมงกุฏเขียวนั้น จะตั้งนิกายที่ภูเขาลูกนี้ แต่ที่นี่เป็นของตระกูลหลี่ ตระกูลหลี่จึงออกมาพูดว่ามันไม่เป็นธรรม”



      “อย่างไรก็ตาม ผู้นำตระกูลหลี่ นั้นเหมือนจะดื่มสุราของ ประมุขนิกายมงกุฏเขียวเข้าไปและในโต๊ะนั้นเขาได้ตกลง นิกายมงกุฏเขียวตั้งที่ภูเขาลูกนี้ในตอนนั้นมีคนหลายคนเป็นพยาน หนึ่งในนั้นคือ เจ้าอาวาสอารามกว่างจิน”



      “เจ้าอาจไม่เคยได้ยินเรื่องนิกายมงกุฏเขียว แต่เจ้าเคยได้ยินเรื่อง อารามกว่างจิน ใช่หรือไม่ นั่นคือมหาอำนาจในแถบนี้เลย ผู้นำของพวกเขาอยู่ในระดับ 3 จ้าวแห่งสงคราม “ [ T/N ที่ใช้อารามกว่าง-จิน จริงๆมันมีชื่อว่า วัดแสงทอง ซึ่งมันจะไปเหมือนวัดบางแห่งในประเทศไทย เราจึงใช้ อารามกว่าง-จิน


      “แม้ว่าผู้นำตระกูลหลี่จะไม่ยอมรับสัญญานั่น แต่เมื่อ เจ้าอาวาสกว่างจิน เป็นพยาน เขาจึงไม่มีทางเลือก”



       “ในที่สุด เพื่อความยุตธรรมระหว่าง 2 ฝ่าย มันจึงเกิดการประลอง โดย รุ่นเยาว์ ณที่แห่งนี้.”



      “ปัญหานี้เกิดขึ้นโดยผู้นำตระกูลที่โง่เขลาอีกแล้วหรือ”



หลังจากได้ยิน ชูเฟิงก็มองไปยัง ที่พักทางตระกูลหลี่ และได้เห็นกลุ่มคนที่มีระดับพลังที่สูง 1 ในนั้นประมุขตระกูลที่ และข้างๆ เขานั้นเป็นชายชราสวมชุดสีเทา มีระดับ 1 จ้าวสงคราม เขาคงเป็นประมุข นิกายมงกุฏเขียวแน่นอน



      “อ๊ากกก!”



ในตอนนั้น ก็เกิดเสียงร้องดังขึ้นมาจากเวที คนที่สู้กับ หลี่ชาน ล้มลงสู่พื้นดินและพ่ายแพ้ไป 



แต่ในตอนนั้น หลี่ ชาน ไม่ได้เข้าไปทำอะไร นางบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากดูท่าทีนางก็ก้าวเข้าไปตัดผมของชายคนนั้นเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาได้พ่ายแพ้แล้ว



หลังจากเอาชนะได้ หลี่ ชานไม่ได้พูดอะไร นางหันมายังที่พักที่มี ประมุขตระกูลหลี่อยู่ และพูดด้วยเสียงดังว่า “ ประมุขนิกาย โอว หยาง ข้านั้นไม่มีความสามารถพิเศษ มีเพียงความชำนาญเล็กน้อย และเอาชนะเขาได้ อย่างที่ตกลงกัน ช่วยนำคนของท่านออกจาก ภูเขาเขี้ยวหมาป่า และ อย่ากลับมาด้วย.”



      “ฮ่าๆ ลูกสาวของ ผู้นำตระกูลหลี่ช่างแข็งแกร่งจริงๆ แต่การประลองยังไม่จบเท่านี้หรอ”ชายชรา ที่ยืนข้างผู้นำตระกูลหลี่ พูดขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ 



      “ผู้นำนิกาย โอวหยาง พวกเราไม่ได้ตกลงว่า ผู้แพ้จะต้องออกจากเขาเขี้ยวหมาป่าอย่างนั้นหรือ ศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายท่านก็พ่ายแพ้ให้กับลูกสาวข้า ท่านพูดอะไร หรือยังมีศิษย์ที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกอย่างนั้นหรือ” ผู้นำตระกูลหลี่พูดขึ้น



      “ไม่มีสาวกคนไหนในนิกายข้าเก่งกว่าลูกสาวของท่านหรอก แต่อย่างไรก็ตาม นิกายมงกุฏเขียว กับ อารามกว่างจินเป็นพันธมิตรกัน พวกข้าก็ยังมีคนที่เก่งกว่านี้อยู่.” 



*วูบ* ในตอนนั้น ก็มีร่างของคนกระโดดออกมาจากฝูงชน และลงมายังลานประลอง



ปรากฏเป็นรูปร่างของพระที่อยู่ในจีวรสีทอง และอายุของเขานั้นน้อยกว่า หลี่ชาน แต่เขามีพลังที่อยู่ในระดับ 7 อาณาจักรสวรรค์ และยังมีกลิ่นอายที่เหนือ หลี่ ชานอีก เขาใกล้จะเข้าสู่ระดับ 8 อาณาจักรสวรรค์แล้ว อีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น เขา พนมมือแล้วพูดขึ้น” แม่นาง หลี่ ข้าเป็นศิษย์อันดับ 2 ของอารามกว่างจิน เต้า หยวน ข้าขอเป็นตัวแทน นิกายมงกุฏเขียวประลองกับท่าน “

ReaDMGA