วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 708 – ชูเฟิง ไม่ขยับ


     “ประมุข โอวหยาง เจ้า…. !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำตระกูลหลี่จึงหันไปมองโดยรอบ เขาก็พบว่าสมาชิกตระกูลหลี่ของเขาถูกจับตัวไว้โดยคนของนิกายมงกุฏเขียว มันทำให้ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือ หลี่ ชาน ได้



     ในทันทีนั้น ใบหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด เขาสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าพวกเขาได้วางแผนการนี้มาเป็นเวลานาน ด้วยความสัมพันธ์ระหว่าง นิกายมงกุฏเขียว และ อารามกว่างจิน มันจึงทำให้พวกเขาไม่มีปัญหาในการจัดสันหุบเขาเขี้ยวหมาป่า และพวกเขาจำเป็นต้องกำจัดตระกูลหลี่



     และเหตุผลที่เขาไม่สามารถต่อสู้ได้นั้น เป็นเพราะลูกสาวของเขาอยู่ในกำมือของพวกเขา มันเป็นค่าตอบแทนสำหรับคำปฏิเสธของเขา มันคือสิ่งที่ตะกูลหลี่ต้องสูญเสีย 



     ในเวลานั้น ผู้นำตระกูลหลี่พลันหลับตาลง และสมาชิกคนอื่นๆ ของตระกูลหลี่ก็หลับตาลงเช่นกัน มันเป็นเพราะพวกเขาไม่อยากเห็น หลี่ ชาน ถูกฆ่าตาย



     ในขณะเดียวกันนั้น หลี่ ชาน ได้เห็น เต้า หยวน ทุ่มพลังทั้งหมดของเขามาที่นาง นางก็รู้ได้ทันทีว่า ชีวิตของนางจะต้องถึงจุดจบในตอนนี้ นางจึงหลับตาลง แต่นางไม่ได้เบือนหน้าหนีเช่นคนอื่นๆ นางกลับหันหน้าเข้าหาเขา ราวกับว่านางพร้อมที่จะตาย



     เมื่อเห็นเช่นนั้น ประมุขนิกาย โอวหยาง ก็ยิ่งมีความสุข เพราะในขณะนี้นั้น ไม่มีใครที่จะสามารถช่วยเหลือนางได้ เพราะทุกคนรอบเวทีนั้นไม่มีผู้ใดที่จะแข็งแกร่งเพียงพอ นั่นย่อมหมายความว่าแผนการของเขาสำเร็จลุล่วง มันจึงทำให้เขารู้สึกมีความสุข



     ***** ฝุ่บ *****



     อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทุกคนต่างคิดว่า หลี่ ชาน จะต้องตายอย่างแน่นอนนั้น ได้มีคนผู้หนึ่งกระโจนขึ้นไปบนเวที และยืนอย่างมั่นคงอยู่ด้านหน้าของ หลี่ ชาน คนๆ นี้นก็คือ ชูเฟิง



     “แม้แต่คนของตระกูลหลี่ยังไม่กล้ายื่นมือเข้ามา แต่เจ้าเป็นคนนอกกลับรนหาที่ตาย !! ไม่เป็นไร ข้าจะสนองเจ้าเอง !!”



     ในทันทีนั้น เต้า หยวนทสามารถระบุได้ทันทีว่า ชูเฟิง ไม่ใช่สมาชิกของตระกูลหลี่ เพราะเขาพิจารณาจากเสื้อผ้าของ ชูเฟิง แต่เขากลับไม่ได้หยุดการโจมตีของเขา เขากลับเร่งเร้าพลังขึ้น และชกหมัดออกไปที่ศรีษะของ ชูเฟิง ราวกับต้องการที่จะบดขยี้ศรีษะของ ชูเฟิง ให้แหลกสลาย



     “ฮึ่ม !!” ในขณะนั้น ชูเฟิง ได้ใบ้พลังของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองสาย มันทำให้พลังของเขาอยู่ในระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงคราม เขาจึงไม่จำเป็นต้องกลัวการโจมตีของผู้เชี่ยวชาญระดับเจ็ด ขั้นแดนสวรรค์ เขาเพียงยืนอยู่เฉยๆ โดยที่ไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย



     ***** โพล๊ะ *****



     เมื่อหมัดของ เต้า หยวน เข้าปะทะกับศรีษะของ ชูเฟิง นั้น ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะในเวลานั้น ศรีษะของ ชูเฟิง ไม่ได้ระเบิดออกเป็นเต้าหู้เละ และความรู้สึกจากหมัดของเขา ก็รู้สึกราวกับว่าเขาชกเข้ากับแพงเหล็ก และหมัดของเขาก็ระเบิดออกจนเกิดเสียงดังขึ้น



     “อ๊าาา !!” เมื่อเห็นหมัดของตัวเองกลายเป็นเนื้อบดที่ชโลมไปด้วยเลือด เต้า หยวน ก็กรีดร้องออกมาด้วยความทรมาน ในขณะเดียวกันเขาก็กระโดดถอยหลังออกมา พร้อมกับมองไปที่ ชูเฟิง ด้วยความหวาดกลัว



     การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ หลี่ ชาน และสมาขิกคนอื่นๆ ของตระกูลหลี่รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ พวกเขาจึงลืมตาขึ้น และพบกับคนผู้หนึ่งยืนอยู่ที่ด้านหน้าของ หลี่ ชาน



     คนผู้นั้นมีอายุไม่เกินยี่สิบ แต่ออร่าพลังของนั้นไม่สามารถระบุได้ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถระบุออร่าพลังของเขาได้ แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว หลวงจีน เต้า หยวน น่าจะถูกทำร้ายโดยเขาแน่นอน



     การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น แม้แต่คนของนิกายมงกุฏเขียวต่างก็ต้องตกตะลึง ใบหน้าของพวกเขาพลันเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ เพราะการโจมตีของ เต้า หยวน ไม่สามารถสังหารเขาได้  อีกทั้งมือของ เต้า หยวน เองยังแหลกจนไม่เหลือชิ้นดี



     ในทันทีนั้น พวกเขาก็รู้ได้ว่าคนที่เข้ามาปกป้องสาวงามแข็งแกร่งอย่างมาก มันทำพวกเขาตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว หนาวยะเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง



     “เจ้าเป็นใคร !? ทำไมถึงได้กล้ามาสอดมือเรื่องของนิกายมงกุฏเขียวของข้า กับตระกูลหลี่ !!” ประมุขนิกาย โอว หยาง กล่าวถามออกมา เพราะเขาเองก็ไม่สามารถตรวจสอบการบ่มเพาะพลังของ ชูเฟิง ได้ จิตใต้สำนึกของเขาบอกกับเขาในทันทีว่า ชายหนุ่มผู้นี้แตกต่างจากคนอื่นๆ มาก



     “ข้าคือ หวู่ฉิง สหายของแม่นาง หลี่ ชาน และนางก็เป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้ข้ามาที่นี่ เพื่อขับไล่สุนัขไร้ยางอายให้ออกจากอาณาเขตของตระกูลหลี่ !!”



     ***** พรึ่บ *****


     ในขณะที่เขากล่าวนั้น เขาก็พุ่งทะยานออกไปที่ เต้า หยวน และใช้หมัดทะลวงเข้าไปยังจุดตันเถียนของ เต้า หยวน อย่างรวดเร็ว



     “อ๊ากกกก !!” เต้า หยวน ที่ไม่สามารถทนต่อการถูกทำลายหมัดของเขาไปได้นั้น นับประสาอะไรกับการถูกทำลายจุดตันเถียน เพราะจุดตันเถียนคือที่เก็บพลังวิญญาณ หากจุดตันเถียนถูกทำลาย พลังวิญญาณที่บ่มเพาะมาตลอดชีวิตของเขาจะต้องสูญสลายออกไป นี่ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดทางกายที่เขารู้สึกได้ แต่มันเป็นความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกลงไปในจิตใจของเขา



     " ศิษย์น้อง เต้า หยวน !!” ในณะที่ เต้า หยวน กรีดร้องออกมา และกลิ้งอย่างทุรนทุรายบนพื้นก็มีคนผู้หนึ่งกระโจนออกมาจากฝูงชน คนผู้นี้อายุมากกว่า เต้า หยวน และเขายังแข็งแกร่งกว่า เต้า หยวน การบ่มเพาะพลังของเขาอยู่ในระดับแปด ขั้นแดนสวรรค์



     เมื่อเขาปรากฏตัวออกมานั้น เขารีบเข้าไปประคอง เต้า หยวน และรักรักษาจุดตันเถียนอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้พลังวิญญาณไหลออกมาจนหมด เขาพยายามช่วย เต้า หยวน รักษาพลังวิญญาณไว้ให้ได้มากที่สุด



     “นี่มันศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของอารามกว่างจิน หลวงจีน เต้า เฉิง !!” หลังจากที่เขาปรากฏตัวออกมานั้น ฝูงชนก็ตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ เพรา เต้า เฉิง คือศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของอารามกว่างจิน และในอนาคตเขายังถูกหมายตาให้เป็นเจ้าอาวาสของอารามกว่างจิน เขามีชื่อเสียงอย่างมากในพื้นที่แถบนี้ และความสำเร็จของอารามกว่างจินในปัจจุบันก็เกิดขึ้นเพราะเขา มันจึงทำให้เขามีชื่อเสียงอย่างมาก



     “ข้าไม่คิดเลยว่าแม้แต่ เต้า เฉิง ก็มาด้วย !!ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างนิกายมงกุฏเขียวกับอารามกว่างจินจะไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงขนาดที่พวกเขาร่วมมือกับนิกายมงกุฏเขียวเพื่อครอบครองหุบเขาเขี้ยวหมาป่า !!” หลังจากการปรากฏตัวของ เต้า เฉิง นั้น เหล่าผู้คนก็เข้าใจถึงความตั้งใจของอารามกว่างจิน เพราะคนที่มาในตอนนี้ ไม่ใช่เพียงคนธรรมดาของอารามกว่างจิน แต่เป็น เต้า เฉิง



     “เจ้ากล้าทำร้ายศิษย์น้องของข้า ข้าจะฆ่าเจ้า !!” เมื่อเขารักษาจุดตันเถียนของ เต้า หยวน เสร็จแล้วนั้น ใบหน้าของ เต้า เฉิง พลันเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว



     ***** โฮกกกกก *****



     เขาคำรามออกมาราวกับสัตว์ร้าย พร้อมกับพุ่งทะยานออกมา ในขณะนั้นเขาดูราวกับสัตว์ที่ดุร้ายมากกว่าคน พลังที่เขาปลดปล่อยออกมาราวกับจะสามารถป่นภูเขา และทำให้สายน้ำไหลย้อนกลับได้



     เมื่อพลังนั้นได้แผ่กระจายออกมานั้น ผู้คนที่อยู่รอบๆ ลานประลองต่างถอยออกมาเพราะแรงกดดัน บางคนถึงกับกระอักเลือดออกมาด้วยความทรมาน



     “อ๊า !!” แม้แต่ หลี่ ชาน ที่อยู่ด้านหลังของ ชูเฟิง ยังกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เพราะนางสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลของ เต้า เฉิง



     ในขณะที่ทุกคนต่างหวาดกลัวต่อพลังของ เต้า เฉิง นั้น ชูเฟิง เพียงยื่นอย่างสงบนิ่งโดยที่ไม่ได้ขยับไปไหน พลังที่แผ่ออกมานั้น มันราวกับกระแสลมที่พัดผ่านเขาไปเท่านั้น เขาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย



     เมื่อหมัดของ เต้า เฉิง เข้ามาใกล้ศรีษะของเขานั้น ชูเฟิง เพียงยกมือขึ้น และใช้ฝ่ามือของเขา กำไปที่หมัดของ เต้า เฉิง 



     จากนั้น เขาก็ได้ทำในสิ่งที่ทุกคนต่างหวาดกลัว เขายก เต้า เฉิง ขึ้นด้วยมือข้างเดียว และฟาดลงกับพื้นลานประลอง เกิดเสียงดัง “โพล๊ะ !!”



   จากนั่นศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของอารามกว่างจิน ก็กลายเป็นโกโก้ครั้นช์

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////