วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 712 - แซงแถว


ไม่เพียง แต่การเพาะปลูกในระดับ 5 อาณาจักรสวรรค์ ของชายผู้นี้จะทำให้ผู้ที่เข้าแถวเงียบ แม้แต่ศิษย์ที่เฝ้าประตูยังรู้สึกว่าเขาไม่ธรรมดา เขาจึงเดินไปถามว่า " ท่านเป็นใคร ? ทำไมท่านถึงไม่ปฏิบัติตามกฏโดยไม่ยืนเข้าแถว ? "



       " ศิษย์พี่ ข้าชื่อ หลิว เฉินเปียว เป็นน้องชายของ หลิว เฉินเว้ย ที่เป็นศิษย์ของสำนักสี่คาบสมุทร ข้ามีธุระด่วนต้องการพบเขา ดังนั้นข้าจึงจำเป็นต้องทำแบบนี้ ข้าอยากทราบว่า . . . . . ท่านจะพอช่วยข้าน้อยได้หรือไม่ ? " ชายที่บอกว่าตัวเองชื่อ หลิว เฉินเปียว อมยิ้ม ถาม



       " ศิษย์น้อง หลิว เฉินเว้ย คือพี่ชายเจ้างั้นหรอ ? " หลังจากได้ยินคำพูดนั้น ดวงตาของศิษย์เฝ้าประตูก็เบิกกว้าง เพราะเขารู้จัก หลิว เฉินเว้ย



แม้ว่า หลิว เฉินเว้ย เป็นศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาสำนักสี่คาบสมุทร แต่ด้วยอายุของเขา ก็มีการเพาะปลูกใน ระดับ 5 อาณาจักรสวรรค์ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นลูกศิษย์ 1 ใน 10 ปรมาจารย์สวรรค์ ด้วยสถานะตำแหน่งของเขา นับว่าอยู่ในขั้นที่สูงทีเดียว



แม้ว่าในแง่ของความอาวุโส ศิษย์เฝ้าประตูจะเหนือกว่า หลิว เฉินเว้ย แต่ในด้านสถานะตำแหน่งเขายังอยู่ต่ำกว่า ดังนั้นดวงตาเขาจึงเบิกกว้าง เมื่อเห็นน้องชายของ หลิว เฉินเว้ย เขาย่อมไม่กล้าที่จะหยาบคายใส่จึงต้องปฏิบัติกับเขาด้วยความเคารพ



      " นี้ คือหลักฐานของข้า " หลิว เฉินเปียว พยักหน้า ขณะที่พูด เขาก็เอาป้าย ที่เขียนคำว่า ตระกูล หลิว ให้ดู



เมื่อเขาเห็นป้ายนั้น ศิษย์ที่เฝ้าประตูก็รีบเปลี่ยนทัศนคติต่อชายผู้นี้ใหม่ พร้อมกับรีบกล่าว " ที่แท้ท่านก็คือศิษย์น้องหลิวนี้เอง พี่ชายท่านเป็นส่วนหนึ่งของสำนักเรา ดังนั่นเราจะจัดการเรื่องของท่านอย่างเร่งด่วน "



      " ตอนนี้ รอศิษย์ที่รับผิดชอบส่งข่าวกลับมาก่อน แล้วข้าจะแจ้งกับพี่หลิว จากนั้นก็ให้เขามารับท่าน "เขาพูด กระซิบเบาๆเพื่อกันคนอื่นได้ยิน



     " ต้องรบกวนท่านท่านแล้ว " หลิว เฉินเปียว กล่าวขณะอมยิ้ม จากนั้นเขาก็ยิ่งสายตาดูแคลนเหลือบมองคนที่กำลังเข้าแถว กับกล่าวคนเฝ้าประตูว่า " ข้าสงสัยว่า . . . . .เมื่อไหร่คนส่งข่าวจะมาถึงสักที ข้าละสงสารคนพวกนี้จริงๆ ที่ต้องเหนื่อยจากการรอคอย เราให้เขากลับไปดีหรือเปล่าพวกเขาจะได้ไม่ต้องรอเกอร์!!! "



แน่นอนว่าคำพูดนั้นเป็นการถากถาง เขาพูดตัดถอนโดยไร้ซึ่งความละอาย และยังกล่าวปิดโอกาสของคนอื่นๆ ตอนนี้ที่เขากล้าพูดคำเหล่านี้ได้ เพราะเขามั่นใจว่าตัวเองได้เข้าไปแน่ๆ เขาเลยจงใจล้อเลียนผู้ที่ไร้ซึงเส้นสาย



สำหรับศิษย์เฝ้าประตู เขาไม่ได้โง่ และเข้าใจเจตนาของหลิว เฉินเปียว เป็นอย่างดีจากนั้นเขาก็กล่าวว่า " เมื่อเร็วๆนี้ มีบางอย่างในสำนักที่ต้องจัดการ จึงเหลือคนค่อนข้างน้อยในการจัดการงานที่นี่ จริงๆแล้วพวกเราขาดคนจำนวนมากเลยล่ะ มิเช่นนั้นเหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น "



        " แม้ว่าจะมีตราประทับเคลื่อนย้ายทั่วทุกมุมของสำนักสี่คาบสมุทร แต่สำนักก็กว้างใหญ่มาก ถึงแม้ว่าจะมีตราประทับเคลื่อนย้าย แต่ยังไงก็มีจำนวนจำกัด นอกจากนี้ ที่พักบรรดาศิษย์ยังอยู่ห่างจากที่นี่ ดังนั้นหากเราต้องการแจ้งข่าวกับพวกเขา เราต้องใช้เวลาสำหรับการเดินทางพอสมควร จากการประเมินของข้า ข้าเกรงว่าคนต่อไปจะกลับมาในวันมะรืน "



       " อะไรนะ?! วันมะรืน! "



       " ใครมันจะรอได้ ? ข้ามีธุระด่วนในตระกูลต้องแจ้งกับคุณชายนะ! "



       " ใครมันจะด่วนเท่าข้า ? ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งกับนายหญิง"



คนที่กำลังจะถึงคิว ตกใจมากเมื่อได้ยินคำพูดนั้น บางคนอาจคิดว่าดีสำหรับคนที่อยู่หน้าๆ แต่ใครจะรู้ว่าจะได้แจ้งข่าว วันไหน เดือนไหน กว่าคนส่งข่าวจะกลับมา ก่อนที่พวกเขาจะได้บอกเรื่องสำคัญกับคนที่ต้องการพบ ถ้าเป็นแบบนี้ ใครมันจะทนไหว



       " อ่า เงียบหน่อย เงียบหน่อย!! " ในตอนนั้นชายที่ชื่อ หลิว เฉินเปียว โบกมือใส่ฝูงชน เพื่อให้พวกเขาเงียบ แล้วพูดต่ออีกว่า " เจ้าก็ได้ยินคำพูดของเขาเมื่อกี้แล้วนะ ว่ามีปัญหามากมายที่ต้องจัดการภายในสำนักสี่คาบสมุทร พวกเขาจึงขาดคน ไม่งั้นเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น "



       " ดังนั้นทุกคนควรเข้าใจเขาหน่อย! ว่าพวกเขาต้องทำงานกันหนักแค่ไหน ถ้าเจ้าไม่สามารถรอได้ ก็ไม่มีใครบังคับให้เจ้าอยู่ที่นี่ "



      " บักห่า . . . . . . .!!! "



เมื่อได้ยินคำพูดของ หลิว เฉินเปียว มันทำให้ฝูงชนโกรธมาก ทุกคนกัดฟันด้วยความแค้นใจ พวกเขาได้แต่ทน ถูกบั่นทอนจิตใจ โดนเยาะเย้ย มันทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก 



แต่ก็ไม่มีผู้ใดในนี้โง่พอที่จะออกไปต่อต้าน เพราะพวกเขาสามารถบอกได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา แม้แต่คนเฝ้าประตูก็ยังปฏิบัติกับเขาด้วยความเคารพ แล้วพวกเขาจะทำอะไรได้ ? นอกจากแค่อดทนเอาไว้



      " ศิษย์พี่หวัง มันเกิดอะไรขึ้น ? ข้าเพิ่งกลับจากพื้นที่หลัก ทำไมคนมากขนาดนี้แล้วเราจะได้พักกันเมื่อไหร่ " ตอนนั้นก็มี รุ้งลงมาจากท้องฟ้า เขาคือศิษย์ของสำนักสี่คาบสมุทร ที่เป็นผู้ส่งสาร 



     " อ้า น้องหลี่หากเป็นไปได้เจ้าคิดว่าข้าไม่อยากให้เจ้าพักผ่อนหรอ แต่ข้าก็มีงานสำคัญเร่งด่วนรอให้เจ้ากลับมา " ศิษย์เฝ้าประตูกล่าว



     " มีอะไรเร่งด่วน สาวกที่รับผิดชอบในสถานที่นี้ไปไหนหมด แล้วอาวุโสสู่ ที่ดูแลที่นี้หายไปไหน ตอนนี้ถึงได้มีแค่เราสองคน ที่ทำงานงกๆๆ นี้หลายวันมาแล้วนะ ที่ข้าวิ่งไป วิ่งมา ข้าเกือบจะสลบเพราะหมดแรง ในที่สุดข้าก็นึกว่าจะได้พัก แต่แล้วฝันข้าก็พังทลายเพราะท่าน " ศิษย์ที่แซ่ หลี่ กล่าวอย่างอารมณ์เสีย



      " นี่คือ น้องชายของ หลิว เฉินเว้ย เขามาถึงสำนักสี่คาบสมุทรจากสถานที่ที่ห่างไกล แล้วเราจะปล่อยให้เขาที่นี่ ใช่มั้ย ? " ศิษย์ที่เฝ้าประตูมองมาที่ หลิว เฉินเปียว



      " ขออภัยที่ทำให้ท่านลำบาก " หลิว เฉินเปียว ยิ้มพร้อมกับกุมมือให้ ศิษย์แซ่ หลี่



ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ เขาที่มีตำแหน่งเป็นน้องชายที่มีพี่อยู่สำนักสี่คาบสมุทร จะไม่ค่อยสุภาพกับศิษย์ระดับล่างเท่าไหร่



แต่ปัจจุบัน เขาได้ยินมาจากคำพูดของศิษย์ที่เฝ้าประตู ว่าตอนนี้มีคนทำงานเหลือแค่ 2 คน ที่ทำงานอย่างหนักในการแจ้งข่าวสาร



เพื่อไม่ให้ธุระของเขาล่าช้า เขาเองจะต้องสุภาพเอาไว้ แม้ว่าพวกเขาจะมีตำแหน่งในระดับล่างก็ตาม หากพวกเขาไม่พอใจ แล้วเลื่อนเวลาออกไป เขาก็จะทำอะไรไม่ได้



ถ้าเขาคิดจะให้บทเรียน เรื่องของเขาก็จะยิ่งล่าช้าไปอีก หากมองผลได้ผลเสียในปัจจุบีน เขาก็ทำได้แค่ลดทัศนคติลงและขอร้องเขาแทน



      " โอ้!! ท่านเป็นน้องชายของท่าน หลิว งั้นหรอ ท่านนี่สุภาพจริงๆ พี่หลิวเองก็มักจะสุภาพกับพวกเรา เราจึงนับถือพี่ชายท่านเป็นเหมือนกับพี่ใหญ่เรา! ดังนั้นเรื่องนี้ก็เหมือนปัญหาของเราเหมือนกัน "



     " น้องชาย รอสักครู่ เราจะไปแจ้งข่าวให้กับพี่หลิว ก่อนมืดข้าจะพาเขามาที่นี่ เพื่อต้อนรับเจ้าอย่างแน่นอน " หลังจากทราบว่า หลิว เฉินเปียวเป็นน้องชายของ หลิว เฉินเว้ย ศิษย์แซ่หลี่ ก็เก็บอารมณ์ที่ขุ่นเคือง และเปลียนเป็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยการประจบสอพลอ



ผู้ที่รอในแถวมาหลายวัน มีท่าทีการแสดงออกแทบทุกคน แต่มันก็ไร้ประโยชน์ เพราะพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจาก หลิว เฉินเปียว มีพลังวิญญาณสูงกว่า และเขาก็มีเส้นสาย



       " ช้าก่อน!!! " แต่ขณะที่ศิษย์แซ่หลี่ กำลังจะไป ก็มีเสียงสั่งให้หยุดดังออกมา จากนั้นก็มีคนพุ่งออกมาจากแถวหลังสุดของฝูงชนและตรงไปยัง หลิว เฉินเปียว คนๆนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกซะจาก พี่เฟิง



ชูเฟิง ได้ยินชัดทุกๆคำพูดของพวกเขา ดังนั้นเขารู้ว่ามีการขาดกำลังคนภายในสำนักสี่คาบสมุทร



เขาเองก็รีบเหมือนกัน ถ้าเขายังคงรออยู่ในแถว หลิว เฉินเปียวคงได้ไปก่อน แม้เขาจะทำเหมือน หลิว เฉินเปียว แต่เขาก็ยังต้องรอจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ กว่าเขาจะได้มีโอกาสส่งข่าว



ตอนแรก ชูเฟิง ไม่ได้คิดจะเล่นตุกติก และใช้วิชามารในการแซงแถว เพราะไม่ว่ายังไงพวกเขาก็คือผู้ที่มาก่อน และยืนรอคอยมาเป็นเวลานาน



แต่ในตอนนี้ หลิว เฉินเปียว กำลังประสบความสำเร็จในการแซงแถว แทนที่จะปล่อยให้คนอย่างเขาได้รับสิทธิประโยชน์ ทำไมเขาไม่ใช่โอกาสนี้เพื่อตัวเองล่ะ ดังนั้นนี้คือเหตุผลที่ ชูเฟิง เสนอหน้าออกไป เยี่ยงวีรบุรุษ

ReaDMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////