วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 716 – ละทิ้งอดีต


     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ชูเฟิง ได้ตรวจสอบทักษะลับต้องห้าม ในก่อนหน้านี้บนหุบเขาสายหมอก ในถุงจักรวาลทั้งสี่ถุงของท่านหญิง เพียวเมี้ยว และ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ที่มอบให้เขามานั้น ก็มีทักษะลับต้องห้ามเช่นกัน



     หลังจากนั้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของ ชูเฟิง นั้น เขาได้ตรวจสอบมันในช่วงเวลาสั้น และเขาก็ได้พบว่า ผู้ที่สร้างทักษะลับต้องห้ามขึ้นมานั้นโดดเด่นอย่างมาก



     แต่ ชูเฟิง ยังพบอีกว่า พลังที่ได้จากทักษะลับต้องห้ามนั้น เป็นพลังเฉพาะของทักษะ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ผู้ฝึกฝนมีความแข็งแกร่งอย่างมากในคนรุ่นเดียวกัน แต่มันก็ความสำเร็จที่ต่ำมากในการฝึก อีกทั้งยังยากที่จะฝึกสำเร็จ และที่สำคัญนั้น เมื่อฝึกฝนจนสำเร็จ ก็ไม่อาจเทียบเท่าได้กับกายศักดิ์สิทธิ์



     แต่ทักษะลับต้องห้ามของ จาง เทียนยี่ นั้นแตกต่างออกไปอย่างมาก และก็เป็นเรื่องยากที่จะฝึกฝนทักษะลับต้องห้ามของเขา ถึงแม้ว่า ชูเฟิง จะพยายามฝึกฝนมัน เขาก็ต้องพบกับปัญหาเช่นกัน



     แต่ ชูเฟิง ก็สัมผัสได้ว่า พลังของทักษะลับต้องห้ามของ จาง เทียนยี่ นั้นแข็งแกร่งกว่าทักษะลับต้องห้ามของเขาเองอย่างมาก



     อาจกล่าวได้ว่า หาก จาง เทียนยี่ สามารถฝึกฝนทีกษะลับต้องห้ามนี้ได้จนสำเร็จ และเขาสามารถก้าวผ่านจุดที่ยากของการฝึกไปได้ เขาจะได้รับผลประโยชน์มหาศาล และถ้าเขาก้าวผ่านจุดยากลำบากของการฝึกไปได้ทักครั้ง การพัฒนาเขาจะไม่มีปัญหาอีกต่อไป



     ทักษะลับต้องห้ามนี้ไม่มีข้อจำกัดอย่างทักษะลับต้องห้ามอื่นๆ หากฝึกฝนจนสำเร็จ พลังของมันจะสามารถเทียบเคียงได้กับกายศักดิ์สิทธิ์



     แม้ว่าในตอนนี้ พลังของทักษะจะยังไม่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง แต่ถ้าหากว่าในอนาคตเขายังคงฝึกฝนจนก้าวหน้าไปเรื่อยๆ นั้น แน่นอนว่าทั้งโลกจะต้องตะลึงกับพลังของเขาอย่างแน่นอน



     หลังจากที่ ชูเฟิง ตรวจสอบเสร็จสิ้นนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดถึงความแตกต่าง แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่า ทักษะลับต้องห้ามทักษะนี้ สร้างขึ้นเฉพาะที่มีคุณสมบัติเท่านั้น และแม้แต่ ชูเฟิง ก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่เพียงพอจะฝึกมัน



     แต่แน่นอนว่า จาง เทียนยี่ นั้นเหมาะสมที่จะฝึกมันอย่างมาก และนี่ยังหมายความ หากคนที่ไม่เหมาะสมพยายามฝึกมัน มันจะทำให้พวกเขาก้าวเข้าสู่ความตาย แม้ว่าพวกเขาไม่ตาย แต่พวกเขาก็จะกลายเป็นปิศาจกระหายเลือดที่ไร้ซึ่งสติ



     “ศิษย์น้อง ชูเฟิง เจ้าเห็นอะไร !?” จาง เทียนยี่ กล่าวถาม เมื่อเขาเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปของ ชูเฟิง



     “ศิษย์พี่ จาง ข้าได้ตรวจสอบทักษะลับต้องห้ามของท่าน และพอจะเข้าใจมันแล้ว !!” ชูเฟิง ไม่ตอบคำถามของ จาง เทียนยี่ ออกไปในทันที เขายื่นตำราทักษะกลับไปให้ จาง เทียนยี่



     จาง เทียนยี่ รีบเปิดอ่านมันอย่างรวดเร็ว และเขาก็กล่าวถามออกมาด้วยความสับสน “น้อง ชูเฟิง ทักษะลับต้องห้ามของข้าเป็นเช่นไร ทำไมมันจึงแตกต่างจากทักษะลับต้องห้ามอื่นๆ !?”



     “ท่านพี่ จาง ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ !? มันก็เป็นอย่างที่ท่านว่า ทักษะลับต้องห้ามของท่านแตกต่างจากทักษะลับต้องห้ามของคนอื่นๆ มันมีพลังที่เทียบได้กับกายศักดิ์สิทธิ์ !!” 



     “ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ กายศักดิ์สิทธิ์นั้นจะมีมาตั้งแต่กำเนิด พวกเขาสามารถรับพลังของมันได้ตั้งแต่แรก มันเป็นความโชคดี และน่าภาคภูมิใจอย่างมาก !!”



     “ข้าเชื่อว่า จื่อ หลิง คงจะไม่ได้รับผลของคำสาปพิเศษ แต่นั่นคือพลังของกายศักดิ์สิทธิ์ของนาง ตั้งแต่ที่นางเกิด”



     “แต่ทักษะลับต้องห้ามของท่านไม่ได้ด้อยไปกว่ากายศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย แม้ว่าในตอนแรกมันจะไม่แสดงความแตกต่างกับทักษะลับต้องห้ามอื่นๆ ออกมา และไม่อาจเทียบได้กับกายศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม”



     “ยังไงก็ตาม ตราบใดที่ท่านสามารถก้าวผ่านจุดที่ยากลำบากของการฝึกฝนไปได้ ร่างกายของท่านทั้งหมดจะมีการเปลี่ยนแปลงของความแข็งแกร่ง”



     “จากสิ่งที่ข้าเห็นนั้น หากท่านยังคงฝึกฝนทักษะลับต้องห้ามนี้ต่อไปเรื่อยๆ นั้นในอนาคต พลังของท่านจะเทียบได้กับผู้ที่มีกายศักดิ์สิทธิ์”



     “และที่สำคัญ มีเพียงท่านเท่านั้น ที่สามารถฝึกฝนทักษะลับต้องห้ามนี้ได้ !!”



     ชูเฟิง กล่าวออกไปตามความจริง อีกทั้งใบหน้าของเขายังแสดงออกถึงความสุขอย่างมาก นี่หมายความว่า ความสำเร็จของ จาง เทียนยี่ จะต้องยิ่งใหญ่แน่นอน และบางทีอาจจะเหนือกว่า ชูเฟิง ก็เป็นได้



     และ จาง เทียนยี่ คือพี่ชายที่ดีของเขา ดังนั้น ชูเฟิง จึงรู้สึกมีความสุขอย่างมากที่พี่ชายของเขาได้รับสมบัติล้ำค่าเช่นนี้



      “นี่หมายความว่าบรรพบุรุษของข้า……..!” จาง เทียนยี่ ได้คาดเอาไว้บ้างแล้ว และในตอนนี้จากคำกล่าวของ ชูเฟิง นั้น มันก็เหมือนกับการยืนยันความคิดของเขา



     “ท่านพี่ จาง ข้าอยากจะบอกท่านว่า ข้ากับท่านคล้ายกันมาก แต่ข้านั้นมีพ่อบุญธรรม และพี่ชายที่คอยดูแลข้าอย่างดี แต่ท่านไม่มี” ชูเฟิง รู้สึกดีใจอย่างมาก ที่ จาง เทียนยี่ เข้าใกล้ตัวตนของบรรพบุรุษของเขาเข้าไปอีกก้าว เพราะพวกเขาต่างผ่านอะไรมาคล้ายๆ กัน



     “ฮ่าๆ ก็จริง แต่ข้าไม่เคยเก็บเรื่องในอดีตมาใส่ใจ ข้าบอกตามตรง ข้าไม่เคยโกรธ หรือตำหนิพ่อแม่ของข้า ไม่ว่าพวกเขาจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม ข้าหวังว่าพวกเขาคงจะเป็นคนดี และหากพบหน้ากัน พวกเราจะไม่แยกจากกันอีก”



     “ส่วนความยากลำบากที่ข้าไม่มีพวกเขาคอยดูแล ข้าก็ถือว่ามันเป็นประสบการณ์ในชีวิตของข้า ที่สอนให้ข้าแกร่งขึ้นเท่านั้น” จาง เทียนยี่ กล่าวพลางหัวเราะร่า แต่มันก็สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขายังคิดถึงตระกูลของเขาเสมอ



     “ฮ่าๆ ประสบการณ์ !! ละทิ้งความทรงจำที่เลวร้าย และใช้มันเป็นประสบการณ์ !!”



     ชูเฟิง คิดตามคำกล่าวของ จาง เทียนยี่ และเขาก็พบว่ามันเป็นอย่างที่ จาง เทียนยี่ กล่าว แม้ว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดจะเข้มข้น แต่ถ้าหากต้องการพัฒนาขึ้น จะต้องมีสิ่งที่ยึดมั่น



     “หรือว่า ท่านพ่อจะ……ทดสอบข้าอยู่ !!” ชูเฟิง คิดขึ้นในใจ



     “ไม่ๆ !! ถ้าเขาต้องการให้ข้าได้รับประสบการณ์ ทำไมเขาถึงส่งคนมาคุ้มครองข้า !! มันจะต้องเกิดเรื่องบางอย่างแน่นอน !!” เพียงพริบตาเดียวนั้น ความคิดของ ชูเฟิง ก็พลันหายไปอย่างรวดเร็ว



     ***** ปัง *****



     ในขณะนั้น เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับ เจียง หวู่ชาง เดินเข้ามา และตะโกนราวกับจตะคอกออกมาว่า “พี่ใหญ่ เทียนยี่ ท่านมีธุระอะไร โทดที! ข้ามาสาย !!”



     “น้อง หวู่ชาง สบายดีไหม !!” ชูเฟิง กล่าวถาม ในขณะที่เขาเห็น เจียง หวู่ชาง และเขายังพบว่าพลังของ เจียง หวู่ชาง เพิ่มขึ้นถึงระดับสี่ ขั้นแดนสวรรค์ มันทำให้รู้สึกยินดีจนต้องลุกขึ้น และยิ้มออกมาอย่างชื่นใจ



     “พะ….พะ…พี่ ชูเฟิง !! ทะ..ทะ..ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ !?”



     “สวรรค์ !!! ข้า…ข้า…ข้า…ข้าคิดถึงท่าน !!” เมื่อเห็น ชูเฟิง นั้น ใบหน้าของ เจียง หวู่ชาง ที่เต็มไปด้วยความกังวล ก็พลันหายไป เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่มีแต่ความอิ่มเอม



     และในขณะที่เขากล่าวนั้น เจียง หวู่ชาง ก็กระโจนเข้าไปหา ชูเฟิง และกอดเขาอย่างแรง ราวกับหมีกำลังกอดกับลูกของมัน

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////