วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 717 - พร้อมหน้า


      “หวา มันช่างหอมยิ่งนัก ข้าบอกเจ้าแล้วว่าศิษย์พี่ จาง ไม่มีทางเรียกเรามาโดยไม่มีเหตุผลหรอก รีบไปกันเร็ว ข้าว่าต้องมีอะไรอร่อยๆ รอต้อนรับเราแน่นอน”



     “สาวน้อย ที่พักของเจ้าไม่มีอาหารอร่อยๆ กินหรืออย่างไร”



     “ฮี่ฮี่ มี แต่นี่มันต่างกัน เพราะอาหารในที่พักของศิษย์พี่จาง มันถูกปากข้ามากกว่า วันหนึ่งข้าจะฉกคนทำอาหารของเขาให้ได้เลย เพราะที่นี่ไม่มีใครทำอะไรอร่อยเท่านี้แล้ว!”



ในตอนนั้น ก็มีเสียง 2 เสียงดังขึ้น เสียงนึงไพเราะและนุ่มนวล อีกเสียงหนึ่งก็ไพเราะเช่นกันแต่แฝงด้วยความขี้เล่นอยู่ ทั้ง 2 จับมือกันเดินเข้ามา



ทั้ง 2 นั้นคือ ซู เหม่ย และ ซู รู่ว นั่นเอง



      “ซู รู่ว ซู เหม่ย ดูสิ พวกเจ้าดูสิ ว่าใครมาหาพวกเรา!” เมื่อ เจียง หวู่ชาง เห็นทั้ง 2 ก็รีบพูดขึ้นมา ก่อนที่ชูเฟิงจะได้พูด



และเมื่อทั้ง 2 มองไปตามทางเจียง หวู่ชาง ทั้ง 2 ก็ตาเบิกกว้าง ร่างกายสั่นเล็กน้อย จากนั้นขยี้ตาเล็กน้อย มันแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของทั้ง 2 อย่างชัดเจน



      “ชูเฟิง~~~~!”



ในตอนนั้น ซู เหม่ย ก็พูดขึ้นมา คำพูดของเธอนั้นแสดงให้เห็นความคิดถึงที่เธอมีต่อเขาทุกวันทุกคืนออกมา



นอกจากนี้เมื่อเธอพูดขึ้น เธอก็รีบวิ่งเข้าหาชูเฟิง โดยไม่สนใจอะไร เธอผลัก เจียง หวู่ชาง ที่ยืนอยู่หน้าเขาไปด้านข้าง ทำให้เขาเซจนล้ม แต่เขาก็ไม่ได้โกรธเธอ เพียงแต่ยิ้มแบบเจื่อนๆให้เท่านั้น



แต่เธอก็ไม่สนใจมากนัก เพราะสาวงามร่างเล็กที่นั่งคิดถึงทุกวันทุกคืนตอนนี้กอดเขาแน่น มือทั้ง2 ข้างนั้นกอดแน่นราวกับกลัวจะหายไป



     “เห้ พี่ใหญ่ เทียนยี่ ข้าว่าพวกเราเป็น กขค ซะล่ะ” เจียง หวู่ชาง ที่นั่งอยู่กับพื้น หันไปพูดล้อเล่นกับจาง เทียนยี่



แม้ว่า สาวงามทั้ง 2 จะไม่ได้พูดอะไรในวันที่ชูเฟิงไม่อยู่ แต่ เจียง หวู่ชาง และ จาง เทียนยี่ ก็รู้ว่าทั้ง 2 นั้นคิดถึงชูเฟิงมากแค่ไหน



     “เจ้าบอกว่าเราเป็นตัวขัดจังหวะอย่างนั้นหรือ จะรอช้าทำไม รีบออกไปสิ!”



จาง เทียนยี่ ดึง มือเจียง หวู่ชางขึ้น จากนั้นก็พุ่งออกไปราวกับสายลม โดยไม่ลืมปิดประตูด้วย



     “ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ข้าคิดว่าเจ้าลืมพวกเราไปเสียแล้ว …” ซู รู่ว ก้าวเข้ามา รูปร่างของเธอนั้นมีเสน่ห์อย่างมาก เห็นได้ชัดว่า ซู รู่ว มีเสน่ห์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน



อย่างเช่นรอยยิ้ม รอยยิ้มนั้นสามารถละลายหัวใจได้โดยเพียงการมอง



     “ชูเฟิง เจ้าไปไหนมาตั้งนาน ข้าและพี่สาวคิดถึงเจ้าแทบแย่.” ซู เหม่ย เงยหน้าขึ้นและถามชูเฟิง



      “ข้าจะไปไหนได้ นอกจากทำธุระแถวๆนี้.” ชูเฟิง ยิ้ม และเอามือของเขาไปโอบเอว ซู รู่วจากนั้นก็พาทั้ง 2 เข้าสู่อ้อมกอด



ซู รู่วนั้นไม่ได้ต่อต้านใดใด นางเข้าสู่อ้อมกอดชูเฟิงอย่างง่ายๆ ต่อสายตาของคนอื่นๆนั้นเธอราวกับราชินีผู้สูงส่ง แต่ต่อหน้าชูเฟิง เธอนั้นราวกับลูกแมว



    “ ความเร็วในการพัฒนาของเจ้าช่างเร็วเสียจริง ไม่ถึงครึ่งปีเจ้าทั้ง 2 ก็ไปสู่ระดับ 5 อาณาจักรสวรรค์ และแซงหน้า น้อง หวู่ชางไปเสียแล้ว ช่างนับประทับใจเสียจริง!” ชูเฟิง ยิ้มและกอดทั้ง 2



เขานั้นรู้มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกตกใจเมื่อได้เห็นกับตา เพราะความเร็วในการพัฒนาของทั้ง 2 นี่เร็วจริงๆ



     “พวกเราพี่น้อง ก็เป็นคนปกติ แต่สำหรับไข่มุกในร่างของพวกเรานั้น มันช่วยในการพัฒนาของพวกเรา แต่ที่สุดแล้วก็ต้องขอบคุณจื่อ หลิง,” ซู รู่ว พูด



     “จื่อ หลิงอย่างนั้นหรือ” ชูเฟิงตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น



      “ใช่ จื่อ หลิง รู้ว่าพวกเราได้เข้ามาในสำนักสี่สมุทรแล้ว และหลังจากที่เจ้าไปไม่นอน นางก็ได้ส่งทรัพยากรบ่มเพาะมาให้พวกเราจำนวนมาก”.



     “นอกจากนี้ ยังมีทักษะระดับสูงอีกด้วย และ เป็นเพราะจื่อ หลิงยังทำให้ ศิษย์พี่จาง ทะลวงคอขวดของเขาได้อีกด้วย"



      “มันเหมือนกับว่า เธอนั้นสามารถทำให้เขาเข้าใจถึงพลังมากขึ้น และ เขาสามารถทะลวงมันได้ในตอนนั้น และผลของมันก็ทำให้เขาแข็งแกร่งอย่างเช่นนี้,” ซู รู่ว พูด



      “ถูกต้อง จื่อ หลิง นั้น ดีต่อพวกเรามาก นางไม่ได้เป็นเพียงคนรักของเจ้า นางยังเห็นพวกเราเป็นครอบครัวอีกด้วย.” ซู เหม่ย พยักหน้าเพื่อ ยืนยันว่าทั้งหมดเป็นเพราะ จื่อ หลิง



     “ชูเฟิง นี่คือจดหมายที่นางส่งถึงเจ้า นำไปอ่านสีย แม้ว่านางไม่บอกพวกเรา แต่ข้าก็คิดว่านางมีปัญหาที่ไม่สามารถพูดได้ และที่นางมาหาพวกเราไม่ได้ข้าเดาว่า ตระกูล จื่อ นั้นไม่ให้อิสระกับนาง.” ซู รู่ว พูดพร้อมยื่นจดหมายให้ชูเฟิง



เขารีบเปิดดูและอ่านด้วยท่าทางจริงๆจัง เมื่ออ่านจบ ดวงตาของชูเฟิงก็เกิดประกายขึ้น



     “ในอดีตข้าเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างมาก ข้าช่วงชิงทุกอย่างมาจากคนอื่น”



     “แม้ว่าในปัจจุบันข้าก็ยังเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่เพื่อเจ้า ข้ายอมทิ้งตัวตนเช่นนั้น” 



     “ข้าเป็นของเจ้า เพียงแค่เจ้า ตัวข้าจะเป็นของเจ้า ใจข้าจะเป็นของเจ้า ทุกสิ่งของข้าล้วนแต่เป็นของเจ้า"



     “แม้ว่าวันหนึ่ง ข้าจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่ขอให้รู้ไว้ว่าในใจข้าก็ยังมีเจ้า"



     “ชูเฟิง ข้าคิดถึงเจ้า ชูเฟิง ข้ารอเจ้าอยู่นะ …”



คำพูดของนางนั้น บ่งบอกให้รู้ว่านางนั้นรู้สึกอย่างไร



ในตอนนั้น หัวใจของชูเฟิงก็รู้สึกเจ็บปวด ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งเพียงใดแต่ในตอนนั้นใจของเขาก็สั่นไหว



เขาพับจดหมายลงและเก็บใส่กระเป๋าอย่างเรียบร้อย แล้วพูดในใจว่า “ จื่อ หลิง รอข้าก่อน แม้ข้าจะต้องฝ่าฝันไปถึงสวรรค์ข้าก็ต้องอยู่กับเจ้าให้ได้ แม้ว่าจะมีคนพันล้านคนที่จะขัดขวางระหว่างข้ากับเจ้า ข้าก็จะฆ่าคนพวกนั้นทิ้งซะ”



    “แม้แต่ หมู่เกาะประหาร ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะหยุดข้า ไม่ว่าอะไรก็ตามก็ไม่มีสิทธิ์ที่หยุดข้า มีเพียงความตายเท่านั้นที่สามารถหยุดข้าได้ สิ่งที่ข้าต้องการคือ ให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน แค่นั้นก็พอแล้ว.”

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////