วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 718 – นครที่สาปสูญ


     หลังจากเก็บจดหมายของ จื่อ หลิง ไปแล้วนั้น ชูเฟิง ก็ตัดสินใจที่จะไปยังตระกูลจื่อ เพื่อพบกับ จื่อ หลิง สักครั้ง



     ในขณะนั้น นอกจาก ซูรู่ และ ซูเหม่ย สองสาวงามที่อยู่ข้างๆ เขา เขาก็ยังออกไปตาม จาง เทียนยี่ และ เจียง หวู่ชาง เข้ามา เพราะเขาไม่ใช่คนที่บูชาความรักมากกว่ามิตรภาพ อีกทั้งในวันนี้ยังเป็นวันที่พวกเขาทั้งห้าคนได้อยู่กันพร้อมหน้า ดังนั้น ชูเฟิง จึงไม่อาจปล่อยให้พี่น้องทั้งสองคนของเขายืนรับลมหนาวที่ด้านนอกได้



     พวกเขาทั้งห้าคนได้เข้ายังเขตทะเลตะวันออกพร้อมๆ กัน และในตอนนี้ พวกเขาก็ได้กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง พวกเขารู้สึกมีความอย่างมากในหัวใจของพวกเขา



     “พี่ใหญ่ ชูเฟิง ท่านเคยได้ยินชื่อของบุคคลที่แข็งแกร่ง ที่เพิ่งปรากฏตัวออกมาในเขตทะเลตะวันออกเมื่อเร็วๆ นี้หรือเปล่า !? ชื่อเสียงของเขาตอนนี้นับว่าเหนือกว่า มู่หรง ซุน เสียอีก !!” ในขณะที่กำลังดื่มกินกันอยู่นั้น เจียง หวู่ชาง ก็ถามขึ้น พร้อมกับแสดงออกถึงความตื่นเต้นถึงขีดสุด



     “มีชื่อเสียงมากกว่า มู่หรง ซุน !! ผู้ใดรึ !?” ชูเฟิง ส่ายศรีษะ เพราะในตอนนี้ มู่หรง ซุน คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของเขตทะเลตะวันออกที่ทุกคนต่างยอมรับ ผู้ที่เหนือกว่าเขานั้นก็มีเพียงผู้เชี่ยวชาญอาวุโสเท่านั้น แต่พวกเขาก็ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับ มู่หรง ซุน ได้



     “ฮ่าๆ !! ข้าคิดไว้แล้วว่าท่านยังไม่รู้ !! ข้าเองก็เพิ่งได้ข่าวนี้มาเช่นกัน แต่ข้ามั่นใจว่าข่าวนี้จะแพร่กระจายออกไปในเขตทะเลตะวันออกในไม่ช้า และเมื่อนั้น มู่หรง ซุน จะต้องรู้สึกอับอายบ้างแน่นอน !!” 



     เจียง หวู่ชาง กล่าวออกมาเพียงเล็กน้อย เพราะเขารู้เรื่องราวระหว่าง ชูเฟิง กับ มู่หรง ซุน และเขาคิดว่าหาก มู่หรง ซุน อยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น มันจะทำให้ ชูเฟิง สบายใจขึ้น



     “น้อง หวู่ชาง เจ้าหมายถึงผู้ใด !? อย่าปล่อยให้พวกเราลุ้นกันเช่นนี้เลย !!” เมื่อกล่าวถึง มู่หรง ซุน นั้น จาง เทียนยี่ ก็ให้ความสนใจในทันที



     “ใช่ !! บอกพวกเรามาเร็วเข้า !!” ซูเหม่ย กล่าวขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น



     “พวกท่านรู้เรื่องดินแดนตราประทับนิรันดร์ใช่ไหม !? มันเป็นงานที่มีแต่ยอดอัจฉริยะของเขตทะเลตะวันออกเท่านั้น ที่สามารถเข้าร่วมได้ !!” เจียง หวู่ชาง กล่าว



     “เชอะ !! ข้าก็คิดว่าอะไร !! แน่นอนว่าพวกเรารู้เรื่องดินแดนตราประทับนิรันดร์ มันจะเปิดเพียงหนึ่งครั้งในทุกๆ หกปี !!”



     “และทุกครั้งที่เปิด หุบเขาสายหมอกจะเชิญเหล่าอัจฉริยะสูงสุดของเขตทะเลตะวันออกให้เข้าร่วม ในการรวบรวมวิญญาณตราประทับ ที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนทักษะการต่อสู้โบราณได้ มู่หรง ซุน คือผู้ที่ได้สถิติสูงสุด ในตอนนั้นเขาแลกทักษะต้องห้ามได้ และในตอนนี้ก็เผยแพร่ให้แก่คนของหมู่เกาะประหาร !!” ซูเหม่ย กล่าว



     ในขณะนั้น ชูเฟิง ถึงกับพูดไม่ออก เพราะเขารู้แล้วว่า คนที่ เจียง หวู่ชาง กล่าวว่าเหนือกว่า มู่หรง ซุน ก็คือตัวเขาเอง



     แม้ว่าการรวบรวมวิญญาณตราประทับในดินแดนตราประทับนิรันดร์นั้น เขาจะสามารถรวบรวมมาได้มากกว่า มู่หรง ซุน แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญ



     เพราะในหัวใจของ ชูเฟิง เขารู้ดีว่า ระยะห่างของความแข็งแกร่งของเขากับ มู่หรง ซุน ยังต่างกันมาก และด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะคู่หมั้นของ มู่หรง ซุน , หยา เฟย ได้หรือไม่ และหากเมื่อเทียบกับ มู่หรง ซุน นั้น แน่นอนเลยว่าเขาย่อมไม่สามารถเอาชนะ มู่หรง ซุน ได้



     ถึงแม้ว่า ชูเฟิง จะรู้ว่าคนที่ เจียง หวู่ชาง กำลังจะกล่าวถึงนั้นคือเขา ที่ชื่อปลอมว่า หวู่ฉิว แต่ ชูเฟิง ก็ไม่ได้พูดใครออกไปถึงความจริงนี้ เพราะหากเขาทำเช่นนั้น มันเปรียบได้กับว่าเขา เอาหน้าไปแทน



     แต่อีกไม่นานนั้น พวกเขาก็จะได้รู้ความลับนี้ ดังนั้น ชูเฟิง จึงเลือกที่จะฟังต่อ



     “ฮี่ฮี่ ตอนนี้ มู่หรง ซุน แห่งหมู่เกาะประหาร ได้กลายเป็นเพียงอดีตเท่านั้น เพราะผู้ที่ชื่อว่า หวู่ฉิง สามารถรวบรวมวิญญาณตราประทับได้ถึงหกพันดวง!! แต่สถิติของ มู่หรง ซุน นั้นทำไว้เพียงสองร้อยดวงเท่านั้น !!”



     เจียง หวู่ชาง ประกาศออกมาด้วยความตื่นเต้น จากลัษณะของเขาในตอนนี้ เขาได้เอา หวู่ฉิง เป็นแบบอย่างของเขาไปเสียแล้ว



     “หกพันดวง !! นี่มันต่างกันเกินไปแล้ว !!” เมื่อได้ยินคำกล่าวของ เจียง หวู่ชาง นั้น ทั้ง จาง เทียนยี่ , ซูรู่ และ ซูเหม่ย ต่างตกใจอย่างมาก



     “ไม่ใช่แค่นั้นนะ !! ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ธรรมดา !! ข้าได้ยินมาอีกว่า เขาที่มีพลังเพียงระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงคราม สามารถเอาชนะคนที่มีพลังระดับสาม ขั้นจ้าวสงครามได้ !! ทุกคนต่างรู้ดีว่าขั้นจ้าวสงครามในแต่ละระดับ มีความแตกต่างกันอย่างมาก !! แม้ว่าพวกเราที่มีพลังขั้นแดนสวรรค์จะสามารถต่อสู้กับผู้ที่มีระดับสูงกว่าในขั้นเดียวกันได้ แต่เมื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นจ้าวสงครามนั้น มันย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่ หวู่ฉิง ผู้นี้กลับทำได้ !!”



      “นอกจากความแข็งแกร่งที่โดดเด่นของเขา เขายังมีรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก อีกทั้งข้ายังได้ยินมากอีกว่า เขาใช้ทักษะเร้นลับ !!” เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ เจียง หวู่ชาง ก็มองมาที่ ชูเฟิง และกล่าวต่อว่า “พี่ใหญ่ ชูเฟิง ตั้งแต่พวกเราเดินทางมาถึงเขตทะเลตะวันออก ข้าก็เพิ่งเคยได้ยินว่ามีคนใช้ทักษะเร้นลับนอกจากท่าน ท่านคิดว่า หวู่ฉิง ผู้นี้ยอดเยี่ยมไหม !?”



     “จากสิ่งที่เจ้ากล่าวมา ข้าอยากจะพบกับ หวู่ฉิง ผู้นี้จริงๆ !!” แต่ก่อนที่ ชูเฟิง จะได้กล่าวออกมานั้น จาง เทียนยี่ ก็กล่าวออกมาพร้อมพยักหน้า



     “ถูกต้อง!! เท่าที่ข้าคิด หวู่ฉิง ผู้นี้จะต้องแข็งแกร่งกว่า มู่หรง ซุน แน่นอน และเขาจะต้องเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ มู่หรง ซุน อีกเช่นกัน !!”



     “หวู่ฉิง……ชื่อนี้ช่างน่าประทับใจ ฮ่าๆ ข้าชอบ !!” เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ เจียง หวู่ชาง ก็ยกสุราขึ้นดื่มด้วยใบหน้าที่อิ่มเอม



     “เอาล่ะ !! ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เขาก็ยังไม่เกี่ยวข้องกับพวกเรา !!”



     “ในตอนนี้ พวกเราควรคิดถึงเรื่องนครที่สาปสูญที่จะเปิดในอีกสองวันข้างหน้าดีกว่า !!” ซูรู่ กล่าวออกมาขัดจังหวะ



     “ใช่ !! นครที่สาปสูญจะเปิดในเร็วๆ นี้ น้อง ชาย หวู่ชาง เจ้าพร้อมหรือไม่ !!” เมื่อกล่าวถึง นครที่สาปสูญ นั้น จาง เทียนยี่ ก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที



     แต่ เจียง หวู่ชาง กลับมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “ถ้าหากมีแค่พวกเราเก้าคนเข้าไป ข้าก็ไม่มีปัญหา แต่ในตอนนี้ แม้แต่ หวาง เยว่ ก็ได้รับเลือกให้เข้าไป อีกทั้งข้ายังได้ยินมาอีกว่าพี่ชายของเขา หวาง หลง ก็จะได้เข้าไปเช่นกัน ถ้ามี หวาง หลง ข้าคิดว่าผลประโยชน์ในครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ของพวกเรา !!”



     “หวาง หลง !! ข่าวนี้เชื่อถือได้รึ !!” ซูรู่ รู้สึกตกใจอย่างมาก เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้



     “เป็นเรื่องจริง ข่าวนี้เชื่อถือได้แน่นอน !!” เจียง หวู่ชาง กล่าวพล่งถอนหายใจออกมาด้วยความกังวล



     “บ้าจริง !! แค่ หวาง เยว่ ก็ยากที่จะจัดการแล้ว แต่ตอนนี้ยังมี หวาง หลง อีก !! นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยาก หวู่ชาง พวกเราจะพลาดโอกาสนี้ไม่ได้ !!” ซูเหม่ย กล่าวออกมาด้วยความกังวล นางกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ พร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนไป



     ในขณะนั้น ชูเฟิง ที่นั่งอยู่ด้านข้าง กำลังรู้สึกสับสนกับสิ่งที่พวกเขากำลังกล่าวถึง เขาจึงกล่าวถามออกมาว่า “มันคืออะไรเหรอ นครที่สาปสูญ ที่พูดถึงกันนั่นน่ะ !?”



     “อ่า….ภายในสำนักสี่คาบสมุทรได้ปิดผนึกซากโบราณต่างๆ ไว้มากมาย มันเป็นพื้นที่ลึกลีบ ที่จะอนุญาตให้เหล่าศิษย์ของสำนักเข้าไปบ่มเพาะพลังได้ และนครที่สาปสูญก็เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญอย่างมาก”



     “ในแต่ละปี นครที่สาปสูญจะเปิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ผู้ที่สามารถเข้าไปได้ จะมีเพียงเหล่าศิษย์รุ่นใหม่ และศิษย์ของปรมาจารย์สวรรค์ทั้งสิบคนเท่านั้น !!”



     “แล้วมันเกี่ยวกับ หวาง หลง ยังไง !?” ชูเฟิง กล่าวถามขณะที่เขากำลังเรียบเรียงความคิด



     “ภายในนครที่สาปสูญ มีโอสถสวรรค์ หรือแม้กระทั่งจ้าวโอสถทิพย์อยู่ภายในนั้น และเมื่อเข้าไปในนั้น แน่นอนว่าจะต้องเกิดการต่อสู้ขึ้นมาแน่นอน !!”



     “เหล่าศิษย์ของปรมาจารย์สวรรค์ทั้งสิบย่อมไม่ใช่ปัญหา เพราะพวกเขาล้วนมีพลังใกล้เคียงกับพวกเรา แต่ หวาง เยว่ นั้นแตกต่างออกไป !!”



     “เขาคือศิษย์รุ่นใหม่เช่นเดียวกับพวกเรา แต่เขาก็ได้เป็นศิษย์ของรองเจ้าสำนัก และกลายเป็นอัจฉริยะของสำนัก พลังของเขาสูงกว่าพวกเรามาก เท่าที่ข้าได้ยินมานั้น เขามีพลังอยู่ในระดับแปด ขั้นแดนสวรรค์ !!”



     “ถ้ามีเพียงก็ยังพอทน แต่ในตอนนี้พี่ชายของเขา หวาง หลง ก็มาด้วย เขาคือศิษย์ของรองเจ้าสำนักเช่นกัน และเขายังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามของอัจฉริยะแห่งสำนักสี่คาบสมุทร พลังของเขาอยู่ในระดับสี่ ขั้นจ้าวสงคราม !!”



     “ความแตกต่างระหว่างพวกเรา กับจ้าวสงครามระดับสี่ มันเทียบได้กับความห่างระหว่างโลกและสวรรค์ นอกจากนี้ ข้ายังกล่าวว่า หวาง เยว่ จะใช้ หวาง หลง เพื่อล้างแค้นพวกเราจากความอับอายในตอนนั้น เมื่อพวกเราเข้าไปในนครที่สาปสูญ หากเป็นเช่นนั้น พวกเราจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย !!” ซูเหม่ย กล่าวออกมาด้วยความกังวล



     “หวาง หลง !!” ในขณะนั้น ชูเฟิง จมไปกับความครุ่นคิดของตัวเอง ผ่านไปครู่หนึ่งแววตาของเขาก็เป็นประกาย ก่อนจะตะโกนออกมาว่า “ข้านึกออกแล้ว !!”

ReaDMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////